then
May 22, 2022

เปิดประสบการณ์ใหม่ ซื้อ-ขาย กองทุนรวมผ่าน “Streaming for fund”

หากจะลองนึกย้อนไปถึงประสบการณ์การลงทุนของเราเอง เคยบ้างไหมที่หลายต่อหลายครั้ง เรามักจะพลาดโอกาสการลงทุนหรือจังหวะที่ดีไป เพราะมัวแต่เสียเวลาฝ่ารถติดไปสาขาธนาคาร ซ้ำร้ายไปกว่านั้น กว่าจะได้คิว ตลาดก็พาลวายไปซะก่อน แต่ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนโลกและมีบทบาทมากขึ้นอย่างในปัจจุบัน ประสบการณ์เดิมๆ ที่เคยทำให้นักลงทุนพลาดโอกาส คงลืมไปได้เลย เพราะตอนนี้ ไม่ว่านักลงทุนจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถจับจังหวะลงทุนให้ตัวเองได้ โดยไม่มีคำว่า “พลาด” อีกต่อไป เพียงหยิบ Smart Phone ในมือขึ้นมา

ประสบการณ์ใหม่เหล่านี้ มีให้สำหรับผู้ลงทุนในกองทุนรวมเช่นกัน เพราะล่าสุด นักลงทุนสามารถซื้อขายกองทุนรวมได้เหมือนหุ้นแล้ว ผ่าน “Streaming for fund” ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยบริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จำกัด

Streaming for fund” คืออะไร?

ถ้าจะอธิบายแบบง่ายๆ ก็คือ แอพพลิเคชั่น ที่ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถซื้อขายกองทุนได้ตามต้องการผ่าน Smart Phone หรือ Device อื่นๆเพิ่มเติมที่รองรับระบบนี้ในอนาคต และ สามารถเช็คสถานะคำสั่งซื้อขาย ติดตามพอร์ตการลงทุน พร้อมดูข้อมูลของกองทุนรวมเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนทำให้เข้าถึงกองทุนรวมได้ง่ายทุกที่ทุกเวลา โดยที่ไม่ต้องฝ่ารถติด ไปรอคอยคิวนานๆ นั่นเอง

ขั้นตอนของการใช้บริการ “Streaming for fund” ทำได้ง่ายๆ เพียงดาวน์โหลด Application “Streaming for Fund” ซึ่งใช้บริการได้ทั้งระบบ android และ iOS เมื่อเข้า “Streaming for Fund” ครั้งแรกให้เลือกทำรายการ Open New Account เพื่อลงทะเบียนกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) หรือนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ประเภทหน่วยลงทุน (Selling Agent)

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับ เพื่อดำเนินการขั้นตอนต่างๆที่จำเป็นในการเปิดบัญชีกองทุนและการขอใช้ระบบนี้ ซึ่งหากกระบวนการทั้งหมด ได้รับการยืนยันแล้ว ผู้ลงทุนก็จะได้รับ Username และ Password เพื่อใช้ในการ Login เลือกทำรายการกองทุนรวมที่ต้องการต่อไป

ปัจจุบัน มีบลจ.และ Selling Agent หลายรายที่ให้บริการซื้อขายกองทุนผ่านระบบ “Streaming for Fund” ซึ่งรวมถึง บลจ.ทาลิส ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรายแรก ที่เปิดให้มีบริการซื้อ-ขายกองทุนรวมผ่านแอพพลิเคชั่น Streaming for Fund อย่างสมบูรณ์แบบและครบทุกกองทุนรวม

เป้าหมายของ “ทาลิส” คือต้องการเพิ่มความสะดวกให้ผู้ลงทุน สามารถเข้าถึงทุกการลงทุนในกองทุนรวมได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมอำนวยความสะดวกในการเช็คสถานะคำสั่งซื้อ-ขายกองทุนรวมเองได้ในทันที

ไม่เพียงเท่านั้น ระบบนี้ ยังมีบริการตั้งคำสั่งซื้อไว้ล่วงหน้า ซึ่งทำได้นานถึง 1 ปี ทั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์การลงทุนแบบมีวินัย ด้วยการซื้อกองทุนสม่ำเสมอแบบอัตโนมัติ ตามหลักการ DCA (Dollar Cost Averaging) นั่นเอง โดยระบบมีตัวเลือกให้ทำรายการได้ทั้งแบบรายเดือน / รายสัปดาห์อีกด้วย แถมกระบวนการทั้งหมดที่กล่าวมา ผู้ลงทุนยังสามารถตรวจสอบสถานะของคำสั่งได้ตลอดเวลา

จะเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี มีผลทำให้โลกของการลงทุนเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน ซึ่งข้อดีของมันคือ การเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้เราไม่พลาดทุกโอกาสการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์หรือผลิตภัณฑ์การลงทุนประเภทไหนก็ตาม

และอย่าลืม ถ้าไม่อยากพลาดทุกโอกาสกับกองทุนของ “ทาลิส” โดยที่คุณสามารถจับจังหวะลงทุนได้ด้วยตนเอง แถมยังมีออปชั่น DCA มาให้เลือก “Streaming for fund” คืออีกหนึ่งคำตอบ ที่สะดวก ง่าย และทำได้ทุกที่ ทุกเวลา สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บลจ.ทาลิส โทร. 02-015-0222

 

WICE โชว์แผนธุรกิจและกลยุทธ์การเติบโต บล.กรุงศรี

นายชูเดช คงสุนทร (ขวา) กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) (WICE) รับมอบของที่ระลึกจาก นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ในโอกาสนำเสนอข้อมูลแผนการดำเนินงาน แนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจ โดยได้รับเกียรติจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเคราะห์และเจ้าหน้าที่การตลาดเข้าร่วมรับฟังข้อมูลเป็นจำนวนมาก ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 สำนักงานใหญ่ บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน) อาคารเพลินจิตทาวเวอร์ ชิดลม เมื่อเร็วๆนี้

TSI Insurance เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กร เน้นนโยบายรับงานคุณภาพ ขยายช่องทางการขาย สร้างรายได้เพิ่ม

นายสันติ ปิยะทัต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TSI Insurance เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไข กรณีถูกขึ้นเครื่องหมาย “C” หรือ Caution จากการที่หลักทรัพย์ของบริษัทฯ มีส่วนของผู้ถือหุ้นน้อยกว่า 50% ของทุนชําระแล้ว สำหรับงบการเงินไตรมาส 3/2561 (สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2561) ว่า บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าตามแผนงานที่วางไว้ โดยเน้นการจัดหาและสร้างสัมพันธภาพอันดีต่อพันธมิตรและคู่ค้าทางธุรกิจ รวมทั้งการเพิ่มจำนวนนายหน้าหรือตัวแทนรายใหม่  ตลอดจนเพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้ ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะการรับประกันภัยกลุ่ม Non Motor ที่เพิ่มมากขึ้น เช่น การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล(PA) และประกันการเดินทางในประเทศ (TA) และผลิตภัณฑ์ประกันภัย SME Strong Business ที่จัดแพ็คเกจสำหรับความต้องการของผู้ประกอบการ SME  แต่ละราย

บริษัทฯ ยังพัฒนาการให้บริการ โดยจัดอบรมพนักงานที่เกี่ยวข้องให้มีความพร้อม และเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยได้อย่างสะดวก มีการพัฒนาช่องทางการให้บริการทางออนไลน์ ด้วยระบบ Web Service เพื่อเชื่อมต่อการขายกับตัวแทนและโบรกเกอร์ให้มีความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ TSI Insurance ยังมีนโยบายที่จะดูแลและบริหารจัดการต้นทุน รวมถึงการบริหารความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเริ่มจากการปรับพอร์ตโฟลิโอของกลุ่มงานรับประกันภัย ตลอดจนประเภทของงานที่รับประกัน โดยใช้ Data Analysis เข้ามาวิเคราะห์คุณภาพงานเพื่อกำหนดกลยุทธ์และการพิจารณาการรับงาน ซึ่งปัจจุบันมีการกระจายประเภทของการรับงานและลูกค้ามากขึ้น ถือเป็นการกระจายความเสี่ยงไปในตัว ขณะที่การบริหารจัดการความเสี่ยงของการรับประกันภัยนั้น จะมีการวิเคราะห์และปรับปรุงเรื่องความเสี่ยงของงานประกันภัย การพิจารณาอัตราการรับความเสี่ยงไว้เอง (Retention Level) และการพิจารณางานประกันภัยต่อ เพื่อกระจายความเสี่ยงและใช้ประโยชน์จากสัญญาประกันภัยต่ออย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังจะมีการปรับปรุงมาตรการและนโยบายการจัดเก็บชำระเบี้ยประกันภัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งเรื่องการวิเคราะห์ลูกหนี้ การกำหนดวงเงินและการใช้วงเงิน การพิจารณาเรื่องคุณภาพของตัวแทน นายหน้า ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ รวมถึงการพิจารณาและคัดเลือกผู้สำรวจภัยเพื่อสนับสนุนงานบริการด้านสินไหม

นายสันติ กล่าวว่า จากการดำเนินงานตามแผนงานที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้ปัจจุบัน บริษัทฯ มีอัตราส่วนของความเพียงพอของเงินกองทุนอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนด

“จะเห็นได้ว่า จากแผนงานที่กำหนดไว้ เราเดินมาถูกทิศทางแล้ว โดยจากนี้ไป บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์ที่วางไว้ทุกด้าน ทั้งด้านคุณภาพของงาน การใช้ Data Analysis เข้ามาพิจารณาการรับงานประกันภัยทั้ง Motor และ Non Motor การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ยังมีโอกาสทางการตลาดอยู่มาก และสิ่งสำคัญคือความใส่ใจในลูกค้าและการบริการมากขึ้นด้วยการสร้างคุณค่าองค์กรผ่านทีมงานคุณภาพ ซึ่งเชื่อว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะสามารถทำให้ TSI สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว” นายสันติกล่าวทิ้งท้าย

APCO เผยพันธมิตรจีนเตรียมสั่งผลิตภัณฑ์เพิ่ม ส่งออก-รับรู้รายได้ต้นปี 62
ดันภูมิคุ้มกันบำบัด HIV และมะเร็ง สร้างยอดขายทั้งในและต่างประเทศ

ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ คุณอภิญญา อุฬุมปานนท์ (ขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) (APCO) ร่วมงาน Opportunity Day ให้ข้อมูลสรุปผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน รายได้ 273.21 ล้านบาท กำไร 68.93 ล้านบาท เผยพันธมิตรจีนเตรียมสั่งซื้อเครื่องสำอางชนิดอื่นเพิ่มหลายรายการ เล็งส่งออกพร้อมรับรู้รายได้ต้นปีหน้า พร้อมผลักดันภูมิคุ้มกันบำบัดผลิตภัณฑ์ HIV และมะเร็ง สร้างยอดขายทั้งในและต่างประเทศ ณ ห้องประชุม 603 อาคาร B  ชั้น 6 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  เมื่อเร็ว ๆ นี้

ECF ปล่อยหมัดเด็ด เข้าเทคซื้อกิจการ 51% ยักษ์ใหญ่ IT ของไทย S-TREK 'สวอปหุ้น' ECF ลอตแรก ที่ 7 บาท แตกไลน์ธุรกิจใหม่ด้าน IT Solution แบบครบวงจร

นายอารักษ์ สุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) (ECF) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 มีมติให้นำเสนอที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2562 เพื่อพิจารณาและอนุมัติให้บริษัทฯ เข้าดำเนินการซื้อกิจการบริษัท เอสเทรค (ประเทศไทย) จำกัด (“S-TREK”) โดยบริษัทจะเข้าซื้อหุ้นจำนวน 15,300,000 หุ้น คิดเป็น 51% ของหุ้นสามัญทั้งหมดของ STREK ด้วยวิธีการแลกหุ้นสามัญ (Share Swap) คิดเป็นมูลค่ารวมการลงทุน 510 ล้านบาท

การลงทุนจะแบ่งการจ่ายชำระออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนแรก ECF จะเข้าซื้อหุ้น S-TREK จำนวน 10,710,000 หุ้น คิดเป็นมูลค่า 357 ล้านบาท หรือราคาหุ้นละประมาณ 33.33 บาท โดยจะมาจากวิธีการแลกหุ้นสามัญของ ECF กับหุ้นสามัญของ S-TREK ซึ่ง ECF จะจ่ายชำระจำนวนเงินดังกล่าว โดยการออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด แบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement : PP ) ให้แก่ นายจิรศักดิ์ เปรมพจน์วัฒนา ในฐานะผู้ขายและผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บริษัท เอสเทรค (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 51 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท ที่ราคา 7 บาท/หุ้น หลังการเพิ่มทุนดังกล่าวบริษัทจะเข้าเป็นผู้ถือหุ้นใน S-TREK ในสัดส่วนร้อยละ 35.7 ของจำนวนทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วทั้งหมดของ S-TREK ซึ่งการชำระในส่วนนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2562

สำหรับส่วนที่ 2 ที่จะต้องมีการจ่ายชำระราคาในมูลค่ารวม 153 ล้านบาท เพื่อให้ได้มาซึ่งหุ้นของ S-TREK อีกจำนวน 4,590,000 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนที่จะเพิ่มเติมอีกร้อยละ 15.3 เพื่อให้ได้สัดส่วนการเข้าถือหุ้นของ S-TREK รวมเป็นร้อยละ 51 ของจำนวนทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วทั้งหมดของ S-TREK นั้น จะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขผลการดำเนินงานงวด 12 เดือน ของ S-TREK ที่จะเกิดขึ้นในรอบปี 2562 หรือ ปี 2563 หรือปี 2564 ปีใดปีหนึ่งที่สามารถเข้าเงื่อนไขการสร้างผลการดำเนินงานตามตัวเลขที่ระบุในงบการเงินประจำปีนั้น ๆ เป็นไปตามที่ตกลงกัน หากปีใดผลการดำเนินงานเข้าเงื่อนไขตามที่ตกลงกัน บริษัทจะพิจารณาออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัดแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement : PP ) ให้แก่ นายจิรศักดิ์  เปรมพจน์วัฒนา โดยในการกำหนดราคาหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวจะมีส่วนเกินกว่าราคาตลาด (premium) ร้อยละ 10 โดยในการกำหนด “ราคาตลาด” จะเป็นไปตามกฎและระเบียบของ สำนักงาน ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในการเข้าลงทุนครั้งนี้ จะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นสำหรับการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2562 ที่จะมีขึ้นในเดือน มี.ค. 2562 พร้อมกับรายงานความเห็นจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติต่อไป ซึ่งการชำระในส่วนที่ 2 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2565

สำหรับการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้และส่วนแบ่งกำไรทันทีในปี 2562 โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา STREK มีรายได้รวมประมาณ 4,848 ล้านบาท ดังนั้นการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ จึงถือเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการสร้างการเติบโต โดยจะส่งผลต่อตัวเลขการดำเนินงานของ ECF อย่างมีนัยสำคัญ

“บริษัทมีแผนขยายธุรกิจใหม่ ๆ ที่มีความน่าสนใจในการเข้าลงทุน เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าจะช่วยสร้างผลประกอบการที่ดีขึ้น สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ดังนั้นหากมีธุรกิจที่มีความน่าสนใจ บริษัทจะเข้าไปศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าลงทุนกิจการนั้น ๆ ซึ่งไอทีและดิจิตอลถือเป็นเทรนด์ที่สำคัญของโลกยุคปัจจุบัน ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับระยะเวลาข้างหน้าจะได้รับปัจจัยหนุนจากนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลภาครัฐ กลุ่มธุรกิจสินค้าไอทีจึงเป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่มีความน่าสนใจ” นายอารักษ์ กล่าว

อนึ่ง บริษัท เอสเทรค (ประเทศไทย) จำกัด (“S-TREK”) เป็นผู้ดำเนินธุรกิจด้าน IT Solution ในการเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอที ให้กับบริษัทชั้นนำระดับโลก มายาวนานกว่า 30 ปี รวมถึงมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศไทย โดยมีผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่ายมากกว่า 5,000 รายการ และมีกลุ่มลูกค้าทั้งในกรุงเทพมหานครและทั่วประเทศไทย มากกว่า 4,000 ร้านค้า

นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/ 2562 ในคราวเดียวกันเพื่อขออนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้ในวงเงินไม่เกิน 2,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มช่องทางการระดมทุนของบริษัท ให้มีเครื่องมือในการระดมทุนซึ่งมีต้นทุนทางการเงินที่เหมาะสม เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต เช่น หากมีดีลสำคัญที่ต้องตัดสินใจในการเข้าลงทุน จะทำให้บริษัทสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Page Visitor

003657688
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
13908
47989
13908
907688
0
3657688
Your IP: 34.231.244.12
2022-05-22 05:43