then
January 19, 2022

วงการบริการรับชำระบิล (Payment Service) ร้อนระอุ
เซ็นเพย์ต่อเวลาโปรแรงจ่ายบิลเติมเงินลุ้นแสนทุกเดือนถึง กุมภาพันธ์ ศกหน้า

นายพีรกร จำปาเงิน ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินเซ็นเพย์ เซ็นทรัลกรุ๊ป และ นาย ฌาน ชานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ได้ร่วมกันแจกรางวัลเป็น แสนที่หก ของปีนี้ ให้กับ น.ส.ชญาธร ธนาวัชรภากุล ผู้โชคดี ที่ได้รับรางวัลบัตรกำนัล มูลค่า 100,000 บาท จากการจ่ายบิลค่าไฟฟ้าที่ เคาน์เตอร์แคชเชียร์ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ในแคมเปญจ่ายบิลลุ้นรวย เติมเงินลุ้นล้าน  เซ็นเพย์ เฮ! ลุ้นโชค ปีที่ 2  เพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ เติมเงิน เติมเกม เติมอีซี่พาส หรือจ่ายบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าปรับจราจร ค่าประกันสังคมมาตรา 30/40 และบิลอื่นๆอีกกว่า 200 รายการ ผ่านบริการเซ็นเพย์ ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์แฟมิลี่มาร์ท ท็อปส์ เซ็นทรัล โรบินสัน และอื่นๆในเครือเซ็นทรัล จะได้ลุ้นรางวัลทุกเดือนจนถึง กุมภาพันธ์ ศกหน้า โดยจะประกาศรางวัลทุกวันที่ 5 ของเดือน ผ่านทาง www.facebook.com/CenPayatCentralGroup/

เคทีซีรุกโค้งท้ายของปี เปิดแคมเปญกระตุ้นสมาชิก “เคทีซี พราว”
“ลดภาระค่าใช้จ่าย กับโปรฯ เหมาๆ แค่ 199 บาท”

นางสาวพิชามน จิตรเป็นธรรม ผู้อำนวยการ – ธุรกิจสินเชื่อบุคคล “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จัดแคมเปญพิเศษ “ลดภาระค่าใช้จ่าย กับโปรฯ เหมาๆ แค่ 199 บาท” ให้กับผู้บริโภคที่มีความจำเป็นด้านการเงินและต้องการสมัครสินเชื่อพร้อมใช้ “เคทีซี พราว” เน้นให้สมาชิกเข้าใจง่าย ไม่ต้องเสียเวลาคิดคำนวณดอกเบี้ยฯ ไม่ว่าจะใช้สินเชื่อเท่าใดก็จ่ายดอกเบี้ยฯ เพียง 199 บาทต่อรอบบัญชี เมื่อสมัครและได้รับการอนุมัติระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 31 ธันวาคม 2561 และมีการเบิกถอนเงินสดอย่างน้อย 1 ครั้ง ในรอบบัญชีที่ต้องการรับสิทธิประโยชน์ (สิทธิ์ส่วนลดดอกเบี้ยฯ สูงสุด 2 รอบบัญชีแรก นับจากวันอนุมัติ) โดยลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ผ่าน 2 ช่องทาง 1) SMS พิมพ์ PM เว้นวรรค ตามด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และส่งไปที่ 061-384-5000 หรือ 2) เว็บไซต์ www.ktc.co.th/proudmao199 ภายในวันที่ 15 มกราคม 2562

คุณสมบัติของผู้สมัครบัตร “เคทีซี พราว” จะต้องมีสัญชาติไทย อายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเป็นพนักงานของบริษัทเอกชน หน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ที่มีรายได้ประจำขั้นต่ำ 12,000 บาทต่อเดือน และมีอายุงานในสถานที่ทำงานปัจจุบันอย่างน้อย 4 เดือน โดยสามารถสมัครได้ที่ศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000 กด 6 กด 2 “บัตร “เคทีซี พราว” โดดเด่นด้วย 2 คุณสมบัติการใช้งานหลัก คือ 1) เบิกถอนเงินสดโดยไม่มีค่าธรรมเนียมผ่านตู้เอทีเอ็มทุกเครื่องทั่วประเทศ หรือทำรายการผ่านช่องทางออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ได้แก่ โมบายแอปพลิเคชั่น “TapKTC” และเว็บไซต์ www.ktc.co.th/ClickKTC 2) แบ่งชำระค่าสินค้าได้นานถึง 24 เดือน

____________________

KTC boosts “KTC PROUD” members for the rest of the year by launching
“Bt. 199 Promotion” campaign to ease new member financial burdens.

Ms. Phichamon Jitpentham, Vice President - Personal Loans, KTC” or Krungthai Card Public Company Limited, organizes special “Bt. 199 Promotion” campaign for customers with financial obligations who wish to register for “KTC PROUD” Revolving Loan cards. Members no longer need to spend time calculating their interest and usage fee; members only pay Bt. 199 per billing cycle regardless of the amount of personal loans, for card registrations with approval between September 1 - December 31, 2018 and at least one cash withdrawal within the  billing cycle in which privilege is desired (interest and usage fee discounts are valid for the first two billing cycles following approval.) Members register for the privilege in two methods: 1) typing PM followed by a space, 13 National ID digits to 061-384-5000, or 2) visit www.ktc.co.th/proudmao199 within January 15, 2019.

Registration requirements for “KTC PROUD” members include a Thai nationality, age 20 years or above, must be employed at private companies, government agencies or state enterprises with a minimum earning of Bt. 12,000/month and employed for at least 4 months. Register for a “KTC PROUD” Revolving Loan card or for more information, please visit any “KTC TOUCH” branches or contact KTC PHONE 02-123-5000 press 6 and 2. “KTC PROUD” is a ready to use revolving loan card, outstanding for its dual functionality: 1) No fee cash withdrawals from ATMs of any banks across the country or 24 hours online through the “TapKTC” mobile application and www.ktc.co.th/ClickKTC; 2) The card can also be used to make payments in installments for up to 24 months.

บลจ.ไทยพาณิชย์ ชูกองทุนเฮลท์แคร์ “SCBGHC - SCBRMGHC” ผลงานเด่น
มองหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ทั่วโลกน่าสนใจลงทุนในระยะยาว

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า การลงทุนในหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการลงทุนระยะยาว เนื่องจากสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีท่ามกลางสถานการณ์การลงทุนที่มีความผันผวนสูง โดยบลจ.ไทยพาณิชย์ ได้มีการลงทุนในหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์อยู่ 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลบอลเฮลธ์แคร์ (SCB GLOBAL HEALTHCARE EQUITY FUND : SCBGHC) โดยมีผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 14.12% และย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 12.79% และ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลบอลเฮลธ์แคร์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCB GLOBAL HEALTHCARE RMF: SCBRMGHC) มีผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 13.64% และย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 12.35% ซึ่งดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานของทั้งสองกองทุนที่มีผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 11.21% และย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 11.99%  (ข้อมูล ณ วันที่ 19 กันยายน 2561)

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ และบริการด้านสาธารณสุข รวมถึงธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพได้รับประโยชน์จากมูลค่าพื้นฐานที่ปรับตัวลดลง และความกังวลด้านราคายาในสหรัฐฯ ที่เริ่มคลี่คลาย เช่นเดียวกับการปรับตัวดีขึ้นในดัชนี MSCI World Health Care ซึ่งถือเป็นดัชนีอ้างอิงของกองทุน ส่งผลให้กองทุนเฮลธ์แคร์ทั้ง 2 กองทุนมีผลดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2561 ที่ผ่านมาได้มีการจ่ายปันผลกองทุน SCBGHC สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2560 –  31 สิงหาคม 2561 ในอัตราหน่วยละ 0.2096 บาท

สำหรับกองทุน SCBGHC และ กองทุน SCBRMGHC มีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว ได้แก่ Janus Global Life Sciences Fund (กองทุนหลัก) เป็นกองทุนที่มีการบริหารเชิงรุก โดย Janus Capital Management LLC จดทะเบียนภายใต้กฎหมายของประเทศไอร์แลนด์และอยู่ภายใต้ UCITS ลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่มีความเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต (Life Sciences) ได้แก่ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย พัฒนา ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ และผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลตัวเอง การแพทย์หรือเภสัชกรรม รวมไปถึงบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตหลักมาจากผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี การจดสิทธิบัตร หรือตลาดอื่นใดที่ได้รับประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต

โดยปัจจุบันกองทุนหลัก Janus Global Life Sciences Fund  มีจำนวนหลักทรัพย์ในพอร์ตประมาณ 70 100 ตัว กระจายไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมย่อยที่เกี่ยวข้องในหลากหลายมูลค่าตลาด เช่น ธุรกิจเคมีภัณฑ์ ยาและเภสัชกรรม บริการด้านสาธารณสุข และเครื่องมือแพทย์ เป็นต้น ซึ่งมีการคัดเลือกหุ้นที่จะลงทุน โดยพิจารณาจากปัจจัยทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณของหุ้นบริษัทในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเฮลธ์แคร์ทั่วโลก

ที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ได้รับแรงกดดันมาโดยตลอดจากแผนการกำหนดเพดานราคายา ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ในช่วงกลางปี 2018 ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดของแผนการนี้ซึ่งไม่ได้แย่อย่างที่ตลาดคาดไว้ จึงทำให้ตลาดผ่อนคลายความกังวลนี้ลงไปบ้าง อย่างไรก็ตามปัจจัยกดดันดังกล่าวยังคงจะไม่มีความชัดเจนในเวลาอันใกล้ และสร้างความผันผวนให้กับราคาหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ โดยเฉพาะกลุ่ม pharmaceuticals และ biotech ไปจนถึงอย่างน้อยในช่วงเลือกตั้งกลางสมัย (midterm elections) ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนปีนี้ นายณรงค์ศักดิ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม บลจ.ไทยพาณิชย์ มองว่าหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ทั่วโลกยังเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าสนใจลงทุนในระยะยาว เนื่องจากสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุทั่วโลกมีแนวโน้มสูงขึ้น ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดูแลด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ข้อมูลองค์การอนามัยโลกระบุว่าสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปีนั้น มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5 ในปี 1950 เป็นร้อยละ 17 ในปี 2050 ซึ่งกลุ่มดังกล่าวเป็นผู้ที่มีค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพสูงกว่ากลุ่มอื่นกว่า 3 เท่า ขณะที่นวัตกรรมทางการแพทย์และความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีถูกพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บริษัทมียอดขายและบริการทางการแพทย์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

งานแถลงข่าวเปิดตัว “WINBITEX ตลาดซื้อขายดิจิตอลแบบไร้คนกลาง”

เปิดตัว WINBITEX แพลตฟอร์มนวัตกรรมใหม่ในการซื้อขายทรัพย์สินดิจิตอลที่มีประสิทธิภาพที่สุดในงาน Asia Digital Economic Summit Forum งานประชุมสุดยอดด้านเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งเอเชีย

บริษัท วินเนอร์ ไดนาสตี้ กรุ๊ป จำกัด จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว วินบิเท็กซ์ (WINBITEX) แพลตฟอร์มนวัตกรรมใหม่ในการซื้อขายทรัพย์สินดิจิตอลที่มีประสิทธิภาพที่สุด ในงาน Asia Digital Economic Summit Forum งานประชุมสุดยอดด้านเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งเอเชีย ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ มีผู้ลงทุนจากทั่วโลกสนใจเข้าร่วมในงานนี้มากกว่า 2,000 คน ในวันจันทร์ที่ 24 กันยายน 2561 ณ ห้องประชุมรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

ดร.นิคกี้ เหลียว ประธานบริษัท วินเนอร์ ไดนาสตี้ กรุ๊ป จำกัด ผู้ก่อตั้ง WINBITEX เปิดเผยว่า การออกแบบที่ยอดเยี่ยมของแพลตฟอร์มนี้ คือเพื่อสร้างความเป็นธรรมและความโปร่งใสของการซื้อขาย ต้องการให้นักลงทุนได้รับประโยชน์จากโครงสร้างที่สร้างขึ้นด้วยระบบที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อป้องกันการโจมตีของแฮ็กเกอร์ และเรากำลังสร้างการแลกเปลี่ยนดิจิทัลที่สมเหตุสมผลและถูกต้องตามกฎหมาย สร้างมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในการค้าบล็อกเชน ขณะเดียวกับการเป็นผู้นำในการปฏิวัติระบบเศรษฐกิจแบบดิจิตอลทั้งหมด โดยโครงสร้างองค์กรแบบรวมศูนย์ทั่วไป ไม่มี CEO หรือคณะกรรมการบริษัท แต่เจริญเติบโตด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน และขับเคลื่อนโดยใช้โทเค่น พร้อมรักษาความปลอดภัยในอนาคต โดยมีการปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง มุ่งมั่นเพื่อสิ่งที่ดีที่สุด  WINBITEX จะยอมรับเหรียญที่มีชื่อเสียงต่างๆ โดยไม่ต้องผ่านการจัดการโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง กล่าวอีกนัยหนึ่ง WINBITEX จะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มที่สะดวกสำหรับเหรียญเหล่านี้ตามมูลค่าที่แท้จริง

ดร.โจ หวิน ผู้ร่วมก่อตั้งกล่าวเพิ่มเติมว่า WINBITEX มีความโดดเด่นและแตกต่างไม่ซ้ำกัน 3 ข้อ ข้อแรกคือนวัตกรรม WT ใช้แนวคิดที่ว่า " trading equals mining " โดย 50% ของ WT จะให้แก่ผู้ลงทุน การทำธุรกรรมที่มากขึ้นหมายถึงรางวัลที่มากขึ้น แนวคิดนี้จะช่วยกระตุ้นการมีส่วนร่วมและการเป็นเจ้าของ ซึ่งจะช่วยให้การพัฒนาในอนาคตของแพลตฟอร์มเป็นไปอย่างดี และมีการปันผล 80% ของค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่เกิดจากเขตการค้าให้กับผู้ถือ WT ตามสัดส่วนรายได้ ข้อ 2 WINBITEX ให้บริการหุ่นยนต์การค้าที่ตั้งโปรแกรมได้ เนื่องจากดูแล้วว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่มีพื้นฐานการลงทุนที่ไม่ใช่มืออาชีพ ผู้ใช้ยังสามารถตั้งค่ากลยุทธ์การซื้อขายของตนเองได้ ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับผู้ใช้ที่ไม่สามารถตรวจสอบการลงทุนได้ตลอดเวลา ข้อสุดท้าย WINBITEX เป็นมากกว่าแพลตฟอร์มการค้าแบบดิจิทัลซึ่งไร้คนกลาง ที่มาพร้อมแนวคิดที่ว่า "การแลกเปลี่ยนเท่ากับอัตราในธนาคาร" แนวคิดนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้ทรัพยากรดิจิทัลในการจัดการเครื่องมือและผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนของตน รวมถึงการลงทุนแบบถาวร กองทุนทรัสต์ (REIT manager) การจัดหาเงินทุน การชำระหนี้ ตราสารสิทธิ และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สิ่งนี้ช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้และเพิ่มมูลค่าให้กับสินทรัพย์ โดยมีการสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนจำนวนมาก มีสมาชิกในแพลตฟอร์มทั้งหมดกว่า 8 ล้านราย และลงทะเบียนเป็นสมาชิกกว่า 300,000 ราย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและโอกาสของการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลแบบไร้คนกลางที่สมบูรณ์แบบ

ช่วงเปิดตัว "WINBITEX" แพลตฟอร์มการซื้อขายกำลังมีโปรโมชั่นพิเศษที่น่าสนใจภายใต้ชื่อ "ชวนเพื่อนลงทะเบียนรับรางวัลกับ WT ทุกวัน" สำหรับเพื่อนทุกคนที่ได้รับเชิญและได้ลงทะเบียนในฐานะผู้ใช้รายใหม่ พร้อมรางวัล 500 WT โดบผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.winbitex.co

ทอท. วางใจ บลจ.กรุงไทย บริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 3 ปี

นายวิชัย บุญยู้ (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พนักงานบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ซึ่งจดทะเบียนแล้วร่วมด้วย นายวีระ วุฒิคงศิริกูล (ที่ 1 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ผู้บริหารสายงานจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ลงนามในสัญญาแต่งตั้งบลจ.กรุงไทย ให้เป็นบริษัทจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พนักงานบริษัทท่าอากาศยานไทย ฯ  เป็น ระยะเวลา 3 ปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561 เป็นต้นไป โดยมี นางสาวหัสวรา แสงรุจิ (ที่ 2 ขวา) รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บลจ.กรุงไทย และ นายวิสิฏฐ์ บาลี (ที่ 1 ขวา) กรรมการกองทุนฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อเร็วๆนี้

____________________

AOT entrusts KTAM to manage provident fund for 3 years

Mr.Wichai Bunyu (2nd left), the President of The Airports Of Thailand PCL. Employee’s Registered Provident Fund (AOT) and Mr. Visit Balee (1st right), Fund committee recently held a Provident Fund management contract signing ceremony with Mr. Veera Vutthikongsirigool (1st left), First Senior Executive Vice President, Chief Investment Officer of Krungthai Asset Management (KTAM) together with Ms. Hasawara Sangruji (2nd right), Senior Executive Vice President, Chief  Provident Fund Business Officer of KTAM at AOT Head Office, Don Mueang, Bangkok.

Page Visitor

034615122
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
54738
60388
211208
859838
1731519
34615122
Your IP: 34.230.9.187
2022-01-19 21:51