01Top_System

ทีซีซี เทคโนโลยี กรุ๊ป และ เอสเอพี ประเทศไทย จับมือร่วมเป็นพันธมิตรด้านนวัตกรรมเชิงกลยุทธ์

นายก็อตต์ รัสเซลล์ ประธานกรรมการ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคและญี่ปุ่น (ซ้าย) จับมือกับนายวรดิษฐ์ วิญญรัตน์ กรรมการบริหารและรักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัทที.ซี.ซี. เทคโนโลยี จำกัด (ทีซีซีเทค) (ขวา)

นายวรดิษฐ์ วิญญรัตน์ กรรมการบริหารและรักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัทที.ซี.ซี. เทคโนโลยี จำกัด (ทีซีซีเทค) ผู้นำการให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานไอทีครบวงจร (Leading Integrated Technology Infrastructure Provider) ลงนามความร่วมมือด้านการสนับสนุนและสิทธิบัตรซอฟต์แวร์กับบริษัทเอสเอพี ประเทศไทย ซึ่งเอสเอพี เป็นผู้นำในตลาดโลกด้านซอฟต์แวร์แอปพลิเคชันสำหรับวิสาหกิจ ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนกรอบการทำงานด้านการปฏิรูปทางดิจิทัลในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ผ่านกลยุทธ์ "The Four Cornerstones" ได้แก่ การดำเนินงานได้ดีขึ้น (Run Better) การใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น (Use Better) การคัดสรรคุณค่า (Extract Value) และมุ่งคิดค้นนวัตกรรม (Innovate)

วัตถุประสงค์ของความร่วมมือครั้งนี้ คือการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนยิ่งขึ้น ผ่านการผลักดันความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทีมงานที่มีศักยภาพด้านดิจิทัล เพื่อสร้างเสริมความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับเครื่องมือบริหารธุรกิจ และเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในยุคดิจิทัล ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานความเชี่ยวชาญและทรัพยากรของทั้งสององค์กร เพื่อส่งมอบคุณค่าแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน พร้อมกับสร้างโอกาสเชิงกลยุทธ์และความสามารถให้มากขึ้นสำหรับการดำเนินธุรกิจ อันจะนำมาซึ่งการเติบโตของตลาดโดยรวม

นายวรดิษฐ์ วิญญรัตน์ เปิดเผยว่า ทีซีซีเทค มุ่งพัฒนาขีดความสามารถทางธุรกิจ สู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันครบวงจร (Holistic Solutions)  ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี ภายใต้ Ecosystems ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านทั้ง Connectivity , Computing Resources และ Endpoint Solutions ตลอดจนการให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาธุรกิจ ทั้งนี้ ทีซีซีเทคยังคงเสริมสร้างความแข็งแกร่ง สู่บทบาทการเป็นผู้นำการปฎิรูปธุรกิจด้วยดิจิทัล (Digital Transformation) ให้กับกลุ่มธุรกิจต่างๆ โดยในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 นี้ บริษัทมุ่งเน้นการทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรด้านโซลูชันทั้งในระดับประเทศและระดับสากล เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านนวัตกรรมและความรู้

นายวรดิษฐ์ กล่าวเสริม “เราเชื่อมั่นว่าทั้งเอสเอพีและทีซีซีเทคต่างให้ความสำคัญกับแนวคิดดิจิทัล และตระหนักถึงคุณค่าของกระบวนการพัฒนาที่ต่อเนื่อง ที่เข้ากับยุคดิจิทัลในปัจจุบัน ทั้งนี้การผนึกกำลังของสององค์กรในด้านความต้องการทางธุรกิจ เทคโนโลยี แอปพลิเคชัน ฐานข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และเทคโนยีการสื่อสารเคลื่อนที่ เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเพิ่มทั้งโอกาส ความรวดเร็วในการนำนวัตกรรมมาใช้ และการสร้างสรรค์คุณค่า เพื่อรับโอกาสจากการเติบโตของตลาดดิจิทัลในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ดียิ่งขึ้น โครงการริเริ่มต่างๆ เหล่านี้ รวมถึงความพยายามในการพัฒนาของทั้งทีซีซีเทคและเอสเอพี เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าผ่านโครงการ Intensive value-adoption program และ Value optimization workshop เพื่อผลักดันนวัตกรรมด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้บริโภค”

“แนวคิดการสร้างสรรค์คุณค่านี้ ได้มีการนำเสนอต่อลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเราที่ตระหนักถึงความสำคัญของคุณค่าการเสริมศักยภาพทางธุรกิจ เพื่อช่วยผลักดันให้เกิดวงจรความได้เปรียบทางการแข่งขันในอนาคตด้วยการสร้างความก้าวหน้าทางการเติบโต ดังนั้นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายบางรายจึงได้แสดงความสนใจที่จะร่วมมือในโครงการความร่วมมือทางนวัตกรรมนี้ โดยลูกค้ากลุ่มนี้ประกอบไปด้วยองค์กรธุรกิจในประเทศไทย และองค์กรธุรกิจระดับภูมิภาคจากหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มการผลิต ซัพพลายเชน อสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น” นายวรดิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติม

ด้าน นายสก็อตต์ รัสเซลล์ ผู้จัดการใหญ่ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคและญี่ปุ่น บริษัท เอสเอพี กล่าวว่า “การประกาศความร่วมมือในวันนี้เกิดจากความร่วมมือ ในฐานะพันธมิตรด้านโซลูชันที่มีมาอย่างยาวนานกับทีซีซีเทค ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการเร่งพัฒนานวัตกรรมและการสร้างคุณค่าให้แก่บริษัทต่างๆ ในประเทศไทยและทั่วทั้งภูมิภาค โดยความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้เรามุ่งหวังที่จะช่วยส่งเสริมบริษัทต่างๆ จำนวนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต ซัพพลายเชน อสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ให้สามารถดำเนินงานได้ดียิ่งขึ้น”

นายสก็อตต์ รัสเซลล์ ยังกล่าวอีกว่า “เราช่วยให้พันธมิตรทางธุรกิจของเราเป็นบริษัทที่ดำเนินงานได้ดีที่สุดผ่านกลยุทธ์ "The Four Cornerstones” ได้แก่

  1. Run Better – โดยใช้กระบวนการการสร้าง “Champions” ภายในองค์กรที่เชี่ยวชาญในฟังค์ชั่นต่างๆ ที่จำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่ามีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมปรับปรุงกระบวนการและสร้างมาตรฐานที่ส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพในมิติต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม
  2. Use Better – โดยการดำเนินโครงการให้ความรู้ เพื่อส่งเสริมศักยภาพและความเชี่ยวชาญของบุคลากร
  3. Extract Value – โดยการใช้ประโยชน์จากจุดแข็งขององค์กรในการดำเนินการตามแผนงานของลูกค้า
  4. Innovate – โดยการเร่งการนำนวัตกรรมมาใช้ในบริษัทลูกค้า เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจ

 

เกี่ยวกับ ทีซีซี เทคโนโลยี กรุ๊ป

กลุ่มบริษัท ที.ซี.ซี. เทคโนโลยี จำกัด เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีแบบครบวงจร ที่ประกอบไปด้วยบริษัทในเครือได้แก่ บริษัท ที.ซี.ซี. เทคโนโลยี จำกัด (ทีซีซีเทค) บริษัท ลีพ โซลูชั่นส์ เอเชีย จำกัด และบริษัท ชินทรัพย์ จำกัด โดยเป็นกลุ่มบริษัทแรกในประเทศไทยที่ได้รับสถานะพันธมิตรด้านโซลูชันจากเอสเอพีใน 3 ด้าน ได้แก่ SAP Hosting/SAP Cloud/ SAP Hana Certified Partner ทั้งนี้กลุ่มบริษัท ที.ซี.ซี. เทคโนโลยี จำกัดยังร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรชั้นนำระดับโลกอีกหลายแห่ง เช่น ไมโครซอฟท์ ไอบีเอ็ม เดลล์ และซิสโก้ อนึ่ง เพื่อสร้างความไว้วางใจในบุคลากร ลูกค้า และพันธมิตร กลุ่มบริษัทจึงตั้งเป้าหมายสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ลูกค้าในระดับภูมิภาค สร้างความแตกต่างด้วยมูลค่าสูงสุดในการให้บริการ (Best Valued Solutions) ผ่านการสร้างนวัตกรรม (Innovation) โครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัย (Secured Facilities) ทีมผู้เชี่ยวชาญที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์ (Experienced Professionals) รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม www.tcc-technology.com

เกี่ยวกับ เอสเอพี

ในฐานะผู้นำด้านซอฟต์แวร์แอปพลิเคชันสำหรับวิสาหกิจ เอสเอพี (NYSE: SAP) สนับสนุนวิสาหกิจทุกขนาดและกลุ่มอุตสาหกรรมให้ดำเนินงานได้ดียิ่งขึ้น เริ่มระบบงานส่วนสนับสนุน (Back Office) ตั้งแต่ห้องประชุมผู้บริหาร คลังสินค้าไปจนถึงจุดจำหน่าย การใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะไปจนถึงอุปกรณ์เคลื่อนที่ โดยเอสเอพีช่วยส่งเสริมบุคลากรและองค์กรให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และใช้ข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ แอปพลิเคชันและบริการของเอสเอพีช่วยให้ลูกค้าทั้งที่เป็นองค์กรธุรกิจและภาครัฐกว่า 404,000 ราย สร้างผลกำไร ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้อย่างต่อเนื่อง และเติบโตอย่างยั่งยืน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม www.sap.com  

ไปรษณีย์ไทย จับมือ องค์การคลังสินค้า ช่วยเกษตรกรไทย ขยายช่องทางตลาดและจัดส่งสินค้าเกษตร

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) จับมือ องค์การคลังสินค้า (อคส.) ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดด้านการกระจายสินค้า ผนึกกำลังช่วยเกษตรกรไทยสร้างฐานสนับสนุนสินค้าเกษตร รองรับไทยแลนด์ 4.0 ร่วมผลักดันช่องทางตลาด O2O (Offline to Online) ประเดิมขายข้าวบรรจุถุง อคส. บนร้านออนไลน์ไปรษณีย์ เล็งใช้คลังสินค้าราษฎร์บูรณะสร้างจุดบริการครบวงจรอีคอมเมิร์ซในเดือนตุลาคมนี้  และเตรียมขยายแหล่งจำหน่ายไปยังที่ทำการไปรษณีย์ต่างๆ ต่อไป โดยการลงนามความร่วมมือดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องรับรอง อาคารบริหาร ชั้น 1 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (สำนักงานใหญ่) ถนนแจ้งวัฒนะ

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท)

 

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยว่า ไปรษณีย์ไทย ได้ดำเนินโครงการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและระบบโลจิสติกส์ พร้อมคลังสินค้าเพื่อยกระดับสินค้าภาครัฐสู่ตลาดค้าปลีกและค้าส่งภายในประเทศ จากความร่วมมือกับองค์การคลังสินค้า (อคส.) โดยความร่วมมือดังกล่าว เป็นการบูรณาการศักยภาพระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านขนส่งการกระจายสินค้า สร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเกษตรกร ด้วยการนำสินค้าเกษตรมาสร้างมูลค่าและจำหน่ายในช่องทางที่มีประสิทธิภาพ เช่น ตลาดออนไลน์ โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เกิดเป็นเครือข่ายทางธุรกิจ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะประเดิมสินค้าตัวแรกด้วย ข้าวสารบรรจุถุง ตรา อคส. จำหน่ายในช่องทางตลาดของไปรษณีย์ไทยทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยในระยะแรกจะนำร่องในช่องทางร้านออนไลน์ thailandpostmart.com ของดีทั่วไทยส่งให้ถึงมือก่อน จากนั้นจะขยายไปยังที่ทำการไปรษณีย์ต่างๆ ต่อไป

นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังเตรียมเช่าพื้นที่คลังสินค้าราษฎร์บูรณะขององค์การคลังสินค้า เพื่อเปิดเป็นศูนย์กระจายสินค้าด้านอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์ ประกอบด้วยจุดบริการจัดส่งสินค้าครบวงจรในพื้นที่ 1,000 ตร.ม. ของคลังหลังที่ 3 ในช่วงเดือนตุลาคม 2561 เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในย่านธนบุรี และคลังหลังที่ 1 พื้นที่ 2,400 ตร.ม. ให้เป็นศูนย์กระจายสินค้าออนไลน์เต็มรูปแบบในช่วงต้นปีหน้า (2562) ซึ่งจะรวมถึงสินค้า อคส. ที่จะกระจายไปยังร้านค้าปลีกทั้งในโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐ และร้านอื่น ๆ ด้วย

นางอินทิรา โภคปุณยารักษ์ ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.)

นางอินทิรา โภคปุณยารักษ์ ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) กล่าวว่า ในปัจจุบันองค์การคลังสินค้าได้ปรับบทบาทและภารกิจใหม่ โดยเน้นการสนับสนุนในเชิงพาณิชย์มากขึ้น ได้แก่ การทำธุรกิจการค้าด้านสินค้าเกษตร และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง การบริหารคลังสินค้าที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการปรับบทบาทจากการเป็นผู้ให้เช่าพื้นที่ สู่การเป็นผู้ให้บริการคลังสินค้าแบบครบวงจร และการดำเนินงานด้านธุรกิจสินค้าเกษตรตามนโยบายเพื่อรักษาสมดุลทั้งปริมาณและราคาอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม

ด้วยบทบาทและภารกิจใหม่นี้ อคส. จึงต้องมีการปรับตัวด้วยการขยายพื้นที่และขยายตลาดในการทำธุรกิจมากขึ้น โดยเน้นการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐเป็นหลัก เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล

“สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับประชาชนและผู้ประกอบการ SME โดยส่วนรวม ซึ่งจะส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในลำดับต่อไป รวมทั้งการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถบริโภคข้าวสารคุณภาพดีของ อคส. ในราคายุติธรรมได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น”

ผู้ที่สนใจ “ข้าวหอมมะลิ 100%” ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการผลิตระบบ GMP, HACCP และ ISO 9001 : 2000 ภายใต้เทคโ  นโลยีและเครื่องจักรอันทันสมัย ขนาดบรรจุถุง 1 กก. 3 ถุงต่อชุด ราคา 180 บาท สามารถสั่งซื้อได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น Thailandpostmart หรือแอดไลน์ @thailandpostmart สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ THP Contact Center 1545

ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป จัดงานสัมมนาแก่ลูกค้า ในหัวข้อ The Outward Mindset

เมื่อเร็วๆ นี้ ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป จัดงานสัมมนาแก่ลูกค้าในหัวข้อ The Outward Mindset ณ ศูนย์ฝึกอบรมดับบลิวเอชเอ อาคารอีซีพลาซ่า 1 นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) โดยมี นายกรินทร์ โปสาภิวัฒน์ (กลาง) ที่ปรึกษา ศูนย์พัฒนาผู้นำและผู้บริหารระดับสูงในอาเซียน (Southeast Asia Center) เป็นผู้บรรยายให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ เกี่ยวกับแนวคิดด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากร “Outward Mindset” เพื่อเสริมสร้างวิสัยทัศน์การทำงานที่เน้นความเป็นหนึ่งเดียวกัน และปลูกฝังวัฒนธรรมความร่วมมือภายในองค์กร เพื่อขับเคลื่อนประสิทธิภาพการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น

Wishbeer เล็งหานักลงทุนใหม่ ผ่านแพลตฟอร์มระดมทุน LIVE ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บริษัทออมนิแชนเนลสำหรับเครื่องดื่มชั้นนำของประเทศตั้งเป้าระดมทุน 20 ล้านบาท
เว็บไซต์ www.wishbeer.com

วิชเบียร์ (Wishbeer) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำสำหรับผู้ที่มองหาเครื่องดื่มนำเข้าทุกประเภท ประกาศความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หลังได้รับคัดเลือกเข้าสู่โปรแกรม LIVE ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการระดมทุนและการซื้อขายหลักทรัพย์สำหรับธุรกิจกลุ่ม SME และ Startup โดยเฉพาะ

LIVE ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีจุดประสงค์เพื่อทำหน้าที่ให้บริการระดมทุนที่มีมาตรฐาน และสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจให้กับผู้ประกอบการประเภท Startup และ SME เพื่อสนับสนุนให้เกิดการเจริญเติบโตให้กับบริษัทต่อไป

ธุรกิจออมนิแชนเนลของ Wishbeer เป็นตัวเต็งสำคัญที่ได้เข้าร่วมกับแพลตฟอร์ม LIVE ซึ่งก่อนหน้านี้ บริษัทยังได้รับรางวัล Startup ที่น่าจับตามองที่สุดในประเทศไทยถึงสองครั้งจากงาน Top 100 APAC ในปี 2558 และ 2561 โดยปัจจุบัน Wishbeer.com เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสำหรับเครื่องดื่มนำเข้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีแพลตฟอร์มทั้งบนเว็บไซด์และในแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ทั้งยังมีกิจการร้านคราฟท์เบียร์ถึง 4 แห่งในทุกมุมของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ สาขาซอยสุขุมวิท 67, เดอะ สตรีท รัชดา, ทองหล่อ และเจริญนคร

ภาพในร้านคราฟท์เบียร์

เป้าหมายของ Wishbeer คือการระดมทุนให้ได้อย่างน้อย 20 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 7,290 หุ้นๆ ละ 2,743 บาท และสามารถซื้อขายหุ้นได้หลังจากแคมเปญการระดมทุนสิ้นสุดลง ด้วยการลงทุนในครั้งนี้ Wishbeer จะสามารถขยายธุรกิจไปในด้านต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้น เช่น การพัฒนาช่องทางการค้าปลีกออนไลน์ที่มีอยู่ การขายส่ง รวมไปถึงธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มของ Wishbeer ซึ่งบริษัทมีความสนใจและวางแผนที่จะเปิดร้านอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มอีก 10 สาขา ทั่วประเทศไทยภายใน 12 เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ เงินที่ได้จากการลงทุนจะถูกนำไปใช้ในพัฒนาแพลตฟอร์มบนมือถือ เพื่อเสริมให้การทำงานร่วมกันระหว่างธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม และอีโคซิสเต็มของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ มีความสอดคล้องและสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ขณะนี้ Wishbeer กำลังสร้างบิ๊กดาต้าสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์ม เพื่อเน้นการสร้างประสบการณ์การซื้อขายที่ดีให้กับผู้บริโภคผ่านเทคโนโลยีให้ดีขึ้นต่อไป

นายเจโรม เลอ ลูแอร์ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารของบริษัท วิชเบียร์ จำกัด

“ธุรกิจเบียร์ เป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าตลาดสูงถึงสองหมื่นล้านเหรียญสหรัฐในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และเติบโตเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดเครื่องดื่มทั่วโลก หลังจากที่เราเปิดตัวในประเทศไทยได้ 5 ปี เราประสบความสำเร็จในการจับตลาดคราฟท์เบียร์ ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยเน้นด้านการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภค ซึ่งช่วยให้เราสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยได้เป็นอย่างดี และด้วยความร่วมมือกับ LIVE ในครั้งนี้ เราได้เห็นโอกาสที่จะขยายช่องทางการเข้าถึงแพลตฟอร์มสำหรับทุกคน ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถมอบสินค้า กิจกรรมทางการตลาด และการรับรู้ ให้กับผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยยกระดับตลาดคราฟท์เบียร์ของประเทศไทยให้เติบโตต่อไป” นายเจโรม เลอ ลูแอร์ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารของบริษัท วิชเบียร์ จำกัด กล่าวปิดท้าย

APCO เผยครึ่งปีหลังสดใส รับรู้รายได้พันธมิตร - โครงการ Dropship ดันยอดขาย LIV เพิ่ม

ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ คุณอภิญญา อุฬุมปานนท์ (กลาง) ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) (APCO) ร่วมงาน Opportunity Day ให้ข้อมูลสรุปผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 61 รายได้ 178.62 ล้าน กำไร 43.85 ล้านบาท พร้อมทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลังคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น จากการร่วมมือกับพันธมิตรต่างประเทศ ขณะที่โครงการ Dropship ดันยอดขาย LIV เพิ่ม 10% ต่อเดือน ณ ห้องประชุม 603 อาคาร B  ชั้น 6 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  เมื่อเร็ว ๆ นี้

ศ.ดร.พิเชษฐ์  วิริยะจิตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APCO เจ้าของธุรกิจนวัตกรรมธรรมชาติเพื่อสุขภาพและความงามด้วยการวิจัย พัฒนา ผลิต และจำหน่ายครบวงจร เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจของบริษัทช่วงไตรมาส 3 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น จากการร่วมมือกับพันธมิตรต่างประเทศ โดยพันธมิตรประเทศจีน ปัจจุบันรับรู้รายได้เพิ่มจำนวน 3.6 ล้านบาท รวมเป็นจำนวน 8.1 ล้านบาท และจะเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 4 ขณะที่การจำหน่ายตรงไปถึงผู้บริโภคในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น มียอดคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง

สำหรับโครงการ APCO Dropship มียอดสมาชิกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ LIV สำหรับผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS มียอดขายเพิ่มขึ้น 10% ต่อเดือน ขณะที่การปรับกลยุทธ์ขยายฐานลูกค้า คาดว่าจะได้กระแสตอบรับที่ดีจากสมาชิก และจะเห็นผลชัดเจนในช่วงไตรมาส 4 เป็นต้นไป

“บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ขยายฐานลูกค้า เปิดโอกาสให้สมาชิกแนะนำผู้ที่สนใจเข้าร่วมดำเนินธุรกิจ ผ่านศูนย์ BIM Health Center (BHC) ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการดูแลสุขภาพ จําหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม โดยผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์จาก BHC จะเป็นสมาชิกโดยอัตโนมัติ ที่ผ่านมาสมาชิก BHC มีความพึงพอใจในประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์และมีการบอกต่อเป็นจำนวนมาก ทางบริษัทจึงอยากตอบแทนความไว้วางใจของสมาชิก โดยการให้สิทธิเป็น BIM100 Advisor รับสมนาคุณ 20% ของยอดที่แนะนำ และหากต้องการแนะนำผลิตภัณฑ์ในเชิงธุรกิจ สมาชิกจะได้รับสิทธิเป็น BIM Dropshipper รับสมนาคุณเพิ่มอีก 5-10% เมื่อมียอดรวม 50,000 บาทขึ้นไป ขณะที่ช่องทาง Asian Life Direct Service ก็ได้ปรับกลยุทธ์ไปในทิศทางเดียวกัน บริษัทเชื่อว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะผลักดันให้รายได้ในปีนี้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้” ศ.ดร.พิเชษฐ์  กล่าว

ส่วนผลประกอบการครึ่งแรกปี 2561 บริษัทมีรายได้รวม 178.62 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 199.67 ล้านบาท จำนวน 21.05 ล้านบาท หรือลดลง 10.54% ขณะที่กำไรสุทธิมีอัตราการลดลงน้อยกว่าที่ 2.90% หรือลดลงเพียงจำนวน 1.31 ล้านบาท จาก 45.16 ล้านบาท เหลือ 43.85 ล้านบาท

Page Visitor

030099962
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
16901
57928
190504
1477232
1609543
30099962
Your IP: 3.236.253.192
2021-10-27 07:18