then
January 29, 2022

‘เอพี ไทยแลนด์’ สุดยอดนักพัฒนาอสังหาฯ รายเดียวจากประเทศไทย คว้ารางวัลอันทรงเกียรติแห่งเอเชีย ‘บริษัทผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี 2018’

คำบรรยายภาพ (ที่ 2 จากซ้าย) นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กร และการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) (ซ้ายสุด) Ms. Shanggari Balakrishnan ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท MORS Group และ (ขวาสุด) Mr. Luis Bueno Nieto, Strategic Market Director บริษัท Leroy Merlin Russia ถ่ายรูปร่วมกัน ณ Fairmont Hotel ประเทศสิงคโปร์

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตแห่งอนาคต รับมอบรางวัล “The Asia Corporate Excellence & Sustainability Awards” (ACES) สาขา บริษัทผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี 2018 (Asia's Most Influential Companies 2018) รางวัลอันทรงเกียรติในระดับภูมิภาคเอเชียที่ให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการที่มีผลงานโดดเด่นใน 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ การบริหารธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรม การเป็นแบรนด์ครองใจลูกค้า และการดำเนินงานภายใต้ความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างจริงจังและยั่งยืน โดยเอพี (ไทยแลนด์) เป็นบริษัทอสังหาฯ เพียงรายเดียวจากประเทศไทยที่ได้รับมอบรางวัลนี้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งรางวัลการันตีความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของเอพีในการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด (Quality of Life) ของการอยู่อาศัยที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งคุณภาพ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย ผ่านการบริหารโครงสร้างบริษัท การสร้างคนคุณภาพในองค์กร

 

“ออฟฟิศแคมปัส” ออฟฟิศแนวคิดใหม่ โดนใจคนทำงาน

เมื่อพูดถึงอาคารสำนักงาน หลายคนคงนึกถึงตึกสูงใจกลางเมือง ภายในมักมีหลากหลายบริษัทอยู่รวมกันอย่างหนาแน่น การเดินทางมาทำงานที่ออฟฟิศหลายคนต้องตื่นแต่เช้าเพื่อฝ่าฟันการจราจรที่ติดขัด หรือฝูงชนที่อัดกันจนแน่นบนรถไฟฟ้า เพื่อมาทำงานให้ทันเวลา มาถึงตึกแล้วยังต้องเบียดเสียดผู้คนเพื่อขึ้นลิฟต์ไปอีกหลายสิบชั้นเพื่อไปตอกบัตรให้ทันเวลาเข้างาน แต่จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถเลือกทำงานในสภาพแวดล้อมใหม่ที่แตกต่างจากนี้อย่างสิ้นเชิง อาคารสำนักงานที่มีจำนวนออฟฟิศไม่มากเกินไป ไม่ต้องแย่งกันใช้ลิฟท์ มีความใกล้ชิดธรรมชาติ มีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับพบปะและทำกิจกรรม แล้วยังสามารถเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างง่ายดาย ออฟฟิศแนวคิดล้ำๆ เพื่อคนทำงานยุคใหม่แบบนี้ เรียกว่า “ออฟฟิศแคมปัส” ออฟฟิศแนวคิดใหม่ เป็นกลุ่มอาคารสำนักงานแบบโลว์ไรส์ เพื่อตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่ ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและมีความสุขมากยิ่งกว่า

ออฟฟิศแคมปัส สร้างสรรค์ด้วยแนวคิดที่ต้องการสร้างสถานที่ทำงานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของพนักงาน พร้อมสภาพแวดล้อมการทำงานที่พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้ยังใช้พื้นที่โดยรอบในการทำกิจกรรมอื่นๆ อย่างการออกกำลังกายและการพักผ่อน โดยออฟฟิศแคมปัส ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อม เป็นอาคารสำนักงานที่ไม่สูงมากจนเกินไป เน้นขยายตัวในแนวราบ เพื่อสร้างความรู้สึกใกล้ชิดของพนักงาน และตั้งในพื้นที่ที่มีบริเวณกว้างขวาง ล้อมรอบไปด้วยพื้นที่สีเขียว ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ แหล่งน้ำสร้างความผ่อนคลายและใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ จากการทำงานนอกจากนี้ยังมีพื้นที่ส่วนกลางให้ทุกคนสามารถมาใช้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ไอเดียในการทำงาน พูดคุยชิลๆ ระหว่างพักกลางวัน หรือเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อสร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันก็ได้เช่นเดียวกัน

ออฟฟิศแคมปัส เป็นแนวคิดที่กำลังมาแรง และมีการปรับใช้แล้วในหลากหลายบริษัทในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นยักษ์ใหญ่อย่างแอปเปิ้ลหรือกูเกิ้ล ก็นำแนวคิดนี้มาใช้แล้วเช่นเดียวกัน โดยแอปเปิ้ล เปิดตัว แอปเปิ้ล พาร์ค (Apple Park) สำนักงานออฟฟิศแคมปัสรูปทรงยานอวกาศ ตั้งอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ สามารถรองรับพนักงานของแอปเปิ้ลที่มีกว่า 12,000 คนได้อย่างสบายๆ อาคารรูปทรงยานอวกาศสูง4ชั้นนี้ ออกแบบให้ล้อมรอบสวนขนาดใหญ่ที่อยู่บริเวณกึ่งกลาง พร้อมศูนย์บริการต้อนรับแขกผู้มาเยือน ที่มีร้านแอปเปิ้ลสโตร์ และคาเฟ่ให้บริการ นอกจากนี้ยังมีฟิตเนส และเส้นทางวิ่งยาวกว่า 3 กิโลเมตร สำหรับให้พนักงานวิ่งหรือเดินออกกำลังกาย มีจักรยานไว้บริการสำหรับเดินทางภายใน หากระยะทางไกลสามารถใช้รถกอล์ฟหรือรสบัสที่เตรียมไว้ให้บริการได้อีกด้วย

ทางฝั่งกูเกิล ได้สร้างสำนักงานใหญ่ แล้วตั้งชื่อว่ากูเกิลเพล็กซ์ (Googleplex) ประกอบด้วยกลุ่มอาคารสำนักงานของกูเกิ้ลหลายสิบหลัง ตั้งอยู่ใกล้ๆกัน ล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียวพร้อมลานตรงกลางเพื่อเป็นพื้นที่สันทนาการของบริษัท หรือใช้นั่งพักผ่อนหรือรับประทานอาหาร เพิ่มความอลังการด้วยสนามวอลเล่ย์บอลชายหาด หรือแม้กระทั่งร้านกูเกิ้ลสโตร์ ขายของที่ระลึกสารพัดอย่างจากกูเกิ้ลก็มีเช่นเดียวกัน

จากตัวอย่างออฟฟิศเจ๋งๆ ที่เรายกมานี้ เชื่อว่าหลายคนต้องสนใจอยากทำงานที่อาคารสำนักงานแนวคิดสุดล้ำนี้อย่างแน่นอน ซึ่งล่าสุด มีผู้นำแนวคิดออฟฟิศแคมปัสมาสร้างจริงแล้วในประเทศไทย โดยออฟฟิศแคมปัสแห่งแรก มีชื่อว่า ภิรัชทาวเวอร์ แอท สาทร ตั้งอยู่บนถนนสาทร ติดสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสุรศักดิ์ โครงการพื้นที่ขนาด 5 ไร่นี้เปรียบเสมือนโอเอซิสของคนทำงานในย่านนี้  ให้ได้พักผ่อนกาย ใจ เติมพลังเตรียมพร้อมสำหรับการทำงาน  ตัวโครงการประกอบไปด้วยอาคารสำนักงานจำนวน 3 อาคารที่เชื่อมต่อถึงกันสร้างบนพื้นที่ที่แวดล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ ให้ความร่มรื่น พร้อมพื้นส่วนกลางสำหรับปรับเปลี่ยนอิริยาบทจากการทำงาน พูดคุย แลกเปลี่ยนไอเดียระหว่างกัน หรือใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ นอกจากนี้ยังมีร้านกาแฟชื่อดังอย่าง Roots และร้านอาหารคุณภาพระดับภัตตาคารอย่าง OCKEN เปิดให้บริการอยู่ที่นี่ด้วย  

ออฟฟิศแคมปัสแห่งที่สองตั้งอยู่ในย่านสุขุมวิท-บางนา ซึ่งเป็นย่านที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งระบบสาธารณูปโภค บริการสาธารณะสุข และโครงการพัฒนาเชิงพาณิชย์หลายโครงการ รวมถึงศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และคอมมิวนิตี้มอลล์ที่พึ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้ ออฟฟิศแคมปัสดังกล่าวมีชื่อว่า ซัมเมอร์ ลาซาล (Summer Lasalle)  โครงการที่นำแนวคิดออฟฟิศแคมปัสมาใช้แบบเต็มๆ โดยสร้างเป็นอาคารสำนักงานโลว์ไรส์ บนพื้นที่กว่า 61 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่อาคาร 40 ไร่ และเป็นพื้นที่สีเขียวกว่า 20 ไร่ มอบสภาพแวดล้อมสีเขียวเพื่อสร้างความผ่อนคลาย ในโครงการแบ่งออกเป็น 5 แคมปัส 29 อาคาร ซึ่งแต่ละแคมปัสจะประกอบไปด้วยอาคารสำนักงานขนาด 3 ชั้น พร้อมพื้นที่พบปะส่วนกลางให้พนักงานใช้พูดคุยงานหรือทำกิจกรรมร่วมกัน อีกทั้งยังมี Campus reception ให้บริการในแต่ละแคมปัสสำหรับต้อนรับแขกผู้มาเยือน โดยรอบแคมปัส จะมีเส้นทางจักรยาน สามารถใช้ปั่นจักรยานเพื่อออกกำลังกาย หรือเดินทางภายในโครงการก็ได้ หากไม่ใช่สายปั่น ก็ยังมีทางวิ่งสำหรับออกกำลังกาย ความยาวกว่า 2 กิโลเมตรให้เป็นทางเลือกสำหรับสายวิ่งให้มาใช้บริการได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีคอมมิวนิตี้มอลล์ พร้อมพื้นที่จอดรถในโครงการกว่า 1,400 คัน และมีโรงแรมให้บริการด้วย ซึ่งในขณะนี้โครงการซัมเมอร์ ลาซาลกำลังอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้ใช้บริการในส่วนแรกต้นปี 62 ที่จะถึงนี้

ออฟฟิศแคมปัส นอกจากจะตอบโจทย์ด้านการทำงานที่สร้างความสุข ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทำงานรุ่นใหม่ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น จะเห็นว่าออฟฟิศแคมปัสยังช่วยตอบโจทย์การขาดแคลนพื้นที่สำนักงานในเมืองชั้นในที่มีอย่างจำกัด พื้นที่ใช้สอยที่ไม่พอกับความต้องการ และมาพร้อมกับค่าเช่าที่แสนแพง การสร้างออฟฟิศแคมปัสในพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ขยับออกมาจากในเมืองที่แออัด นอกจากตอบโจทย์คนทำงานด้านการเดินทางและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยตอบโจทย์บริษัทด้านค่าเช่าที่ที่ถูกลงและได้พื้นที่สำนักงานที่มีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย ซึ่งคาดว่าเราจะได้เห็นโครงการออฟฟิศแคมปัสเกิดขึ้นอีกหลายแห่งในบ้านเราเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน

พฤกษา บุกย่านรามคำแหง เปิด “เดอะทรี หัวหมาก” คอนโดใหม่ ใกล้รถไฟฟ้า 3 สาย

พฤกษา ผู้นำอันดับหนึ่งในวงการอสังหาฯ ยังครองแชมป์คอนโด 2-3 ล้านต่อเนื่อง บุกย่านรามคำแหง เปิดคอนโดใหม่ “เดอะทรี หัวหมาก” มูลค่า 2,000  ล้านบาท  ติดเดอะมอลล์ บางกะปิ เชื่อมต่อรถไฟฟ้า 3 สาย  ชูจุดเด่นความเป็นส่วนตัวเพียง 7 ยูนิตต่อชั้น เปิดรับวิวด้วยห้องหน้ากว้างถึง 8 เมตร   และ O2 Lounge ห้องเติมอ๊อกซิเจนที่มอบอากาศบริสุทธิ์ราวกับอยู่วังน้ำเขียว ราคาเริ่ม 1.99 ล้านบาท

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท-แวลู บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ย่านรามคำแหง เป็นทำเลที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก เพียบพร้อมไปด้วยสถาบันการศึกษาชั้นนำ และแหล่งไลฟ์สไตล์ทุกรูปแบบที่ตอบโจทย์คนในพื้นที่ นับเป็นอีกย่านหนึ่งที่มีจำนวนประชากรอาศัยอยู่ค่อนข้างเยอะ เนื่องจากเป็นแหล่งงาน แหล่งการศึกษา และเป็น Hub ของการคมนาคมทั้งทางบกและทางเรือที่สามารถเชื่อมต่อไปยังใจกลางเมืองได้  ในปัจจุบันกำลังจะมีรถไฟฟ้าตัดผ่านถึง 3 สาย ทำให้ย่านนี้มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก จึงได้พัฒนาคอนโดมิเนียม “เดอะทรี หัวหมาก” มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท จับกลุ่มลูกค้าในเซกเมนต์ 2-3 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่เป็นประชากรหลักของกรุงเทพ และเป็นเรียลดีมานด์ 

โดยในครึ่งปีแรก พฤกษาครองมาร์เก็ตแชร์เป็นอันดับหนึ่งในเซกเมนต์นี้ โดยโครงการติดถนนใหญ่รามคำแหง ใกล้แยกลำสาลี ด้านหลังโครงการอยู่ติดกับห้างเดอะมอลล์ บางกะปิ และใกล้รถไฟฟ้าที่เป็นจุดอินเตอร์เชนจ์ใหญ่ถึง 3 สาย ได้แก่ MRT สายสีส้ม (เส้นทางศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) BTS สายสีเหลือง (เส้นทางลาดพร้าว-สำโรง) และสายสีน้ำตาล (เส้นทางแยกลำสาลี-นนทบุรี) นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นอยู่ที่จำนวนยูนิตที่มีเพียงแค่ 590 ยูนิตทั้งโครงการ หรือ เพียง 7 ยูนิตต่อชั้น ทำให้รู้สึกเป็นส่วนตัว ไม่อึดอัด อยู่สบาย ราคาเริ่มต้นเพียง 1.99 ล้านบาท”

นายธิติพัทธ์ อดิลักษณ์ธราดล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม 1 เปิดเผยว่า “เดอะทรี หัวหมาก ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “เชื่อมต่อความสุขทุกจังหวะชีวิต” คอนโดมิเนียมที่เชื่อมต่อความสุขและความสะดวกเข้าด้วยกัน พัฒนาบนพื้นที่โครงการประมาณ 3  ไร่ 2 งาน แบ่งเป็นอาคาร Third Place สูง 4 ชั้น 1 อาคาร  อาคารพักอาศัยสูง 31 ชั้น 3 อาคาร และอาคารจอดรถสูง 10 ชั้น 1 อาคาร   จำนวนห้องพักรวม 590 ยูนิต  ขนาดห้องพักอาศัย 23.02-42.94 ตารางเมตร สำหรับห้องขนาด 26 ตารางเมตรด้วยดีไซน์ห้องหน้ากว้างถึง 8 เมตร ทำให้ทุกพื้นที่ในห้องสามารถชมวิวได้สบายๆ สามารถเชื่อมต่อการเข้าออกของทุกอาคารด้วยโถงทางเดินที่ชั้น 2 ตั้งแต่ทางเข้าโครงการ Third Place อาคารพักอาศัย และอาคารจอดรถ ได้อย่างสะดวกสบาย อีกทั้งยังเชื่อมต่อไปยังห้างเดอะมอลล์ บางกะปิ ในระยะเดินเพียงไม่กี่เมตร

สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นไฮไลท์ของโครงการนี้คือ O2 Lounge พื้นที่ส่วนกลางที่มีการติดตั้งเครื่องผลิตอ๊อกซิเจนให้คุณได้พักผ่อนนชมวิวจากชั้น 31 ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ที่มีปริมาณออกซิเจนถึง 21 % เทียบเท่ากับปริมาณอ๊อกซิเจนที่วังน้ำเขียว เสมือนพักผ่อนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติทุกวัน นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกบนชั้น 31 ที่ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็น Theatre Room, Panoramic Chillaxing Zone, Panoramic Pool with jacuzzi, O2 Creative Zone และ Sky Kid’s Playground   จะเดินทางด้วยรถยนต์ก็สะดวกกับทางเข้า-ออกหลายเส้นทาง  รามคำแหง, พระราม 9, บางกะปิ, หัวหมาก, ศรีนครินทร์, สุวรรณภูมิ  หรือเดินทางไป CBD ก็สะดวกด้วยท่าเรือเดอะมอลล์ บางกะปิ  เปิดชมห้องตัวอย่างแล้ววันนี้ และงานเปิดขายรอบ V-VIP  วันที่ 27 ตุลาคม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1739 หรือ thetreecondo.pruksa.com/

ชินวะชู SSS Program บริหารงานหลังงานขายประสานนักลงทุนไทย ต่างชาติ
ผู้เช่าชาวญี่ปุ่นแบบ Life Time FREE

มร.โทโมยาสุ ยามาเบะ กรรมการผู้จัดการ และ นายวิชัย จุฬาโอฬารกุล กรรมการบริหาร บริษัท ชินวะ เรียลเอสเตท (ไทยแลนด์) จำกัด “ผู้บริหารงานคอนโดมิเนียมจิตวิญญาณญี่ปุ่นแท้ๆ” เปิดตัวโปรแกรมทริเปิลเอส (SSS หรือ Triple S) ระบบบริหารงานหลังงานการขายที่เป็นตัวกลางเพื่อประสานระหว่างนักลงทุนชาวไทย – ต่างชาติ และผู้เช่าชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะ เป็นการลดขั้นตอนช่วยเอเย่นต์และนักลงทุน โดยบริการนี้ ชินวะ ให้ฟรี.....ไม่มีค่าใช้จ่ายและบริการตลอดชีพไม่มีวันหมดอายุ พร้อมดูแลให้เฉพาะลูกค้าที่ซื้อคอนโดของชินวะ เท่านั้น!!!  ซึ่งเป็นกลยุทธ์จากญี่ปุ่น-ประเทศแม่ที่มีประสบการณ์บริหารงานห้องชุด และเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ในมือกว่า 5,000 ห้อง

เตรียมพร้อมรองรับโครงการรูเนะสุ ทองหล่อ 5 คอนโดมิเนียมโลวไรส์ 8 ชั้น จำนวน 156 ยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 1,200 ล้าน บาท ซึ่งเป็นโครงการแรกที่ชินวะ กรุ๊ปที่เข้ามาลงทุนในไทย มีกำหนดแล้วเสร็จพร้อมโอนไตรมาส 3 ปีหน้า โดยมีการติดตั้งระบบรูเนะสุ ซึ่งเป็นการกลับคานเป็นพื้น-กลับพื้นเป็นคาน ใช้พื้นที่ความต่างด้านล่างที่มีความสูง 60 เซนติเมตร เพื่อใช้ประโยชน์ในการเก็บของ ปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่น การบริหารจัดการ Death Space และสามารถทำให้ผู้อยู่อาศัยมีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นถึง 25-40 %

นารายณ์ พร็อพเพอตี้ฯ ส่งท้ายไตรมาส 4 เปิดขายเดอะ พาร์คแลนด์ จรัญ-ปิ่นเกล้า
ตึกใหม่ด้านหน้าติดหน้าสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางยี่ขัน เขย่าตลาดคอนโดย่านฝั่งธนฯ

“นารายณ์ พร็อพเพอตี้” ส่งท้ายไตรมาส 4 เปิดขายโครงการ“เดอะ พาร์คแลนด์ จรัญ-ปิ่นเกล้า” เขย่าตลาดคอนโดมิเนียมย่านฝั่งธนบุรี ที่สุดของ Facility พร้อมสวนขนาดใหญ่กว่า 3 ไร่ ได้ฤกษ์เปิดขายตึกใหม่ ทาวเวอร์ A อาคารสุดท้ายติดหน้าสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางยี่ขัน ราคาห้องโปรโมชั่นเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท  “Big Day” วันที่ 4 พ.ย.นี้ ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ Gift Voucher มูลค่า 10,000 บาท

นายเจนต์ชัย ลิ้มวัฒนะกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท นารายณ์ พร็อพเพอตี้ จำกัด เปิดเผยถึงแผนการดำเนินการในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2561 ว่า บริษัทมีแผนเปิดจองโครงการคอนโดมิเนียมพักอาศัยโครงการเดอะ พาร์คแลนด์ จรัญ-ปิ่นเกล้า ทาวเวอร์ A ซึ่งมีจำนวน ยูนิตทั้งสิ้น 542 ยูนิต ราคาห้องโปรโมชั่นเริ่มต้นที่ 1.99 ล้านบาท เป็นอาคารที่ตั้งอยู่ด้านหน้าสุดของโครงการ ติดถนนจรัญสนิทวงศ์ หน้าสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางยี่ขัน ใกล้สี่แยกปิ่นเกล้า ภายใต้แนวคิด “Sustainable Living” การมีคุณภาพชีวิต ในการอยู่อาศัยที่ดี และมีความสุข อย่างยั่งยืน” ทั้งนี้ได้กำหนดเปิดขายอย่างเป็นทางการ “Big Day” ในวันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน นี้ โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อรับสิทธิ์ Gift Voucher มูลค่า 10,000 บาท เมื่อทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดภายในระยะเวลาที่กำหนด

โครงการเดอะ พาร์คแลนด์ จรัญฯ-ปิ่นเกล้า มีพื้นที่โครงการกว่า 11 ไร่ ตั้งอยู่บนถนนจรัญสนิทวงศ์ ซอย 42 ซึ่งถือเป็นถนนสายหลักของคนในย่านนี้  และอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำ สถานีบางยี่ขัน (โดยคาดว่าเปิดให้บริการได้ในปี 2563)  มูลค่าโครงการประมาณ 6,000 ล้านบาท ประกอบด้วยอาคารสูง 22 ชั้น จำนวน 1 อาคาร 3 ทาวเวอร์ จำนวนทั้งสิ้น 1,784 ยูนิต ขนาด 1 และ 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย เริ่มตั้งแต่ 24 -75 ตารางเมตร โดยมี Room types ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต่างกัน  จัดเต็มด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันที่สุด ได้แก่ สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาดใหญ่กว่า Half Olympic และ Sport Facilities 3 ชั้น ประกอบไปด้วย Yoga Fly, lounge, Boxing Corner, Fitness, Sauna room แยกชาย-หญิง และ Double Sky Lounge ประกอบไปด้วย Social club, Mini-theater room, Golf simulator room, Co-working space,  Meeting room, Lounge และ Roof Top Garden ที่สามารถมองเห็นวิวสะพานพระรามแปดได้ 360 องศา และวิวเกาะรัตนโกสินทร์ได้อย่างงดงาม พร้อมด้วยสวนส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 3 ไร่ มีที่จอดรถรองรับได้จำนวน 925 คัน การเดินทางสะดวกสบายทั้งรถไฟฟ้า และรถยนต์ส่วนตัวเพราะใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก อยู่ใกล้กับแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำ โรงพยาบาล และ มหาวิทยาลัย เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า, โรงภาพยนตร์เมเจอร์ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยโครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จเดือน เมษายน 2562  

“ปัจจุบันการที่จะหาที่ดินผืนใหญ่กว่า 10 ไร่ ในเมืองและใกล้หน้าสถานีรถไฟฟ้า คงหาได้ยากแล้วแต่โครงการนี้เพราะด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ และโครงการมีขนาดใหญ่ จึงทำให้โครงการของเราโดดเด่นและครบสมบูรณ์ทุกด้าน ทั้งในเรื่องของ Location, Product และ facility ตลอดจนพื้นที่ส่วนกลาง ที่เรากล้าให้ในสิ่งที่มากกว่า ซึ่งขณะนี้จากที่เปิดขายไปแล้ว 2 ตึกก่อนหน้านี้มียอดขายแล้วประมาณ 86% ทั้งนี้บริษัทฯมีโครงการที่พัฒนาในแนวเส้นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ณ ปัจจุบัน จำนวน 4 โครงการ ประกอบด้วย เดอะพาร์แลนด์ บางแค , เดอะพาร์คแลนด์ เพชรเกษม-ท่าพระ ,เดอะพาร์คแลนด์ จรัญ-ปิ่นเกล้า และเดอะพาร์แลนด์ เพชรเกษม 56” นายเจนต์ชัย กล่าวต่อว่า

นายเจนต์ชัย กล่าวต่อว่า ในส่วนภาพรวมตลาดอสังหาฯ เมื่อเทียบกับ 4-5 ปีก่อน จะเห็นว่ากำลังซื้อภายในประเทศลดลง โดยเฉพาะกำลังซื้อเพื่อการลงทุน ผู้ประกอบการจึงควรปรับแผนการดำเนินงานเข้าสู่โหมดใหม่ (new normal) ซึ่งต้องวางแผนปรับอัตราการขยายตัว อัตราการขาย และอัตราการหมุนเวียนเงินทุนให้เหมาะสมกับภาวะตลาดจริง และสำหรับมาตรการคุมเข้มสินเชื่อบ้านที่ทางแบงค์ชาติ กำลังพิจารณาอยู่นั้น  โดยส่วนตัวเห็นว่าควรออกมาก่อนหน้านี้นานแล้ว เพื่อชะลอการปรับตัวขึ้นของราคาอสังหาฯ ที่เป็นไปอย่างรวดเร็วเกินกว่ากำลังซื้อของผู้บริโภค เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคและ ผู้ประกอบการในระยะยาว  อย่างไรก็ตามการออกมาบังคับใช้มาตรการที่ช้าเกินไป และเข้มงวดเกินไปอาจมีผลกระทบกับ Real Demand มากกว่าชะลอความต้องการเพื่อการลงทุน ซึ่งปรับตัวลดลงกว่าแต่ก่อนเองอยู่แล้ว มาตรการควรต้องหาสมดุล ระหว่างผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบให้ดี ทั้งนี้กลยุทธ์ของผู้ประกอบการ ที่ควรต้องนำมาใช้ในภาวะนี้ คือ Product ต้องดีจริง Location ต้องใช่ ราคาต้องสมเหตุสมผล สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวปกป้องความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตที่ดีที่สุด โครงการที่มีพร้อมตามที่กล่าวมายังขายได้อยู่แน่นอน  

บริษัท นารายณ์ พร็อพเพอตี้ มีโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย จำนวน 6 โครงการ แบ่งเป็นโครงการแนวราบ จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการการฟลอรา ติวานนท์ และ โครงการพาร์ค พรีว่า ถ.เทียมร่วมมิตร และ โครงการคอนโดมิเนียม จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ เดอะ พาร์คแลนด์ เพชรเกษม-ท่าพระ, เดอะ พาร์คแลนด์ ระยอง, เดอะ พาร์คแลนด์ เพชรเกษม 56 ,เดอะ พาร์คแลนด์ จรัญ-ปิ่นเกล้า  

Page Visitor

035131878
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
7612
57389
326619
1376594
1731519
35131878
Your IP: 54.204.73.51
2022-01-29 04:35