01.SuwanGroup

CPRAM Transformation Roadmap ตอกย้ำความเป็นผู้นำ FOOD PROVIDER สู่มาตรฐานโลก พร้อมยกระดับขีดความสามารถประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารของภูมิภาคเอเซีย

บริษัท ซีพีแรม จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารพร้อมรับประทานรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและผู้นำด้าน FOOD PROVIDER มาตรฐานโลก ดำเนินธุรกิจเคียงข้างสังคมอย่างเกื้อกูลในการร่วมส่งความเป็นอยู่ที่ดีให้ทุกคน จัดงานแถลงข่าวทิศทางธุรกิจ “CPRAM Transformation Roadmap” พร้อมเดินหน้าพัฒนาศักยภาพมาตรฐานยกระดับขีดความสามารถความเป็นผู้นำ FOOD PROVIDER และก้าวสู่ผู้นำนวัตกรรมอาหารของประเทศและในภูมิภาคเอเซีย

นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า ซีพีแรมเดินทางผ่านยุคต่างๆ จวบจนปัจจุบันยุคที่ 7 คือ “ยุคศรีอัจฉริยะ" แต่ละยุคใช้เวลา 5 ปี ยุคนี้ซีพีแรมยกระดับขีดความสามารถขององค์กรด้วย CPRAM 4.0 ขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยี และเป็นผู้นำ 3S (FOOD SAFETY, FOOD SECURITY, FOOD SUSTAINABILITY) สู่ความยั่งยืนของอุตสาหกรรมอาหารของโลก รวมถึงกำหนดยุทธศาสตร์องค์กรยุคที่ 7 ระยะ 5 ปีด้วย “CPRAM Transformation Roadmap” ซึ่งประกอบด้วย Organization Transformation, New Business (Vending machine, Catering Service), Digitalization, Robotization, และจัดตั้ง FTEC (Food Technology Exchange Center) พร้อมตั้งเป้าหมายยอดขาย 20,000 ล้านบาท ในปี 2019

ด้วยกลยุทธ์การขยายตลาดทั้งเชิงลึกตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของผู้บริโภค และเชิงกว้างสู่ภูมิภาคทั่วประเทศไทย มีสัดส่วนการยอดขายอาหารพร้อมรับประทาน 65% และเบเกอรี่ 35% ด้วยผลิตภัณฑ์กว่า 900 SKUs โดยมีสินค้าและบริการในกลุ่มบริษัท ซีพีแรม จำกัด อาทิ แบรนด์เจด ดราก้อน, แบรนด์เลอแปง, แบรนด์เดลี่ไทย, แบรนด์เดลิกาเซีย, แบรนด์ ซีพีแรม แคทเทอริ่ง, และแบรนด์ฟู้ดดี้ดี เป็นต้น จำหน่ายผ่านช่องทางร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ กว่า 20,000 แห่ง รวมถึงส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก

นายวิเศษ กล่าวอีกว่า หลังจากประกาศทิศทางองค์กร 5 ปี (ค.ศ. 2018-2022) เมื่อ 12 ธันวาคม 2017 ที่ผ่านมาในการขยายการผลิตไปสู่ภูมิภาคมากขึ้น มีโรงงานใหม่เกิดขึ้นอีก 5 แห่ง 2 แห่งในที่ตั้งใหม่คือ โรงงานลำพูน และโรงงานสุราษฎร์ธานี และอีก 3 แห่งในที่ตั้งเดิม คือโรงงานชลบุรี โรงงานขอนแก่น และโรงงานบ่อเงิน จังหวัดปทุมธานี ด้วยงบลงทุน 4,000 ล้านบาท ปัจจุบันได้สร้างแล้วเสร็จ ซึ่งมีกำลังการผลิตอาหารพร้อมรับประทานแช่เย็น และแช่เยือกแข็ง เพิ่มขึ้นอีก 50-70% รองรับการขยายตัวของตลาดที่เพิ่มขึ้นและช่วยเสริมสร้างศักยภาพการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจและการ    สร้างงานสร้างรายได้ในภูมิภาคขณะเดียวกันยังได้เข้าใกล้แหล่งวัตถุดิบในท้องถิ่น และช่วยให้อาหารที่ผลิตออกจากโรงงานกระจายไปสู่ร้านค้าในเวลาสั้นลงจากเดิมต้องใช้เวลา 6-7 ชม. ลดเหลือ 2-3 ชม.เท่านั้น

ปัจจุบัน ซีพีแรม ประกอบด้วยโรงงาน 7 แห่ง ได้แก่ ปทุมธานี 2 แห่ง, กรุงเทพฯ, ชลบุรี, ขอนแก่น, ลำพูน และสุราษฎร์ธานี นอกจากสำหรับผลิตสินค้าส่งให้กับเซเว่นอีเลฟเว่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร และร้านค้าชั้นนำในแต่ละภูมิภาคแล้ว อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือ เพื่อผลิต Local Product “อาหารท้องถิ่น” ในรูปแบบ “Chilled Food” หรืออาหารแช่เย็น สำหรับผู้บริโภคในท้องถิ่นโดยเฉพาะ จากเดิมมีเฉพาะเมนู Nationwide ซึ่งเป็นเมนูทั่วไป  ขายทั่วประเทศ แต่นับจากนี้จะมีสัดส่วนสินค้าเมนูอาหารท้องถิ่น 25 – 30% และอาหารเมนู Nationwide สัดส่วน 70 – 75% เช่น อาหารประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาหารประจำภาคเหนือ อาหารประจำภาคใต้ แต่การพัฒนาเมนูอาหารท้องถิ่น เราไม่ได้จะไปแข่งกับร้านอาหารพื้นเมือง เพราะถึงอย่างไรร้านอาหารท้องถิ่น มีความหลากหลาย และอร่อย แต่การที่เราพัฒนาเมนูท้องถิ่น เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในเวลาดึก ที่ไม่มีร้านอาหารเปิดให้บริการแล้ว และเพื่อเติมเต็มตลาดของซีพีแรมในต่างจังหวัดด้วย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่นั้นๆ

นายวิเศษ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันซีพีแรมเตรียมจัดตั้ง FTEC (Food Technology Exchange Center) เพื่อเป็นศูนย์กลางในการสร้างความร่วมมือ และประสานงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรืออุตสาหกรรมอาหาร ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ประกอบด้วยนักวิจัย นักพัฒนา และผู้ใช้ ใน 3 เทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่ Biotech, Digitech และ Robotech สู่ความยั่งยืนของอาหาร รวมถึงเป็นการยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมอาหารไทยตั้งแต่ต้นน้ำจวบจนถึงปลายน้ำ FTEC ยังมีผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศในการบูรณาการศาสตร์ต่างๆ กับเทคโนโลยี เข้าด้วยกันเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุดในการร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร

“ ไม่เพียงเท่านั้น ซีพีแรมยังวางการใช้เงิน 1% ของยอดขายหรือปีละ 150-200 ล้านบาท ทุ่มให้กับการวิจัยและพัฒนาให้ได้มาซึ่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมของตนเอง เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจ ยกระดับองค์กรสู่ CPRAM 4.0 รวมถึงยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารของภูมิภาคเอเซีย อีกทั้งยังใช้เทคโนโลยีชีวภาพ มาพัฒนาอาหารสุขภาพและอาหารสำหรับบุคคลเฉพาะกลุ่ม เช่นผู้สูงวัย อาหารเด็ก และอาหารของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ” เป็นต้น เราจะนำเอาเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบการผลิตอัตโนมัติมาร่วมทำงานในโรงงานในจุดที่ทำงานหนักและมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ ”

นายวิเศษ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากการที่สังคมไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างชัดเจน ซีพีแรม จึงได้พัฒนาสินค้าออกมาตอบสนองความต้องการกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งตอนนี้ทำออกมาวางตลาดแล้ว คือ ข้าวต้มผู้สูงวัย มีคุณสมบัติ เคี้ยวแหลกง่าย ดูดซึมได้ดี และมีคุณค่าทางโภชนาการที่ผู้สูงอายุต้องการ เป็นเพราะกลุ่มผู้สูงอายุต้องการกินอาหารไม่เหมือนคนปกติ นอกจากนี้ ซีพีแรมยังได้พัฒนาอาหารสุขภาพและอาหารสำหรับบุคคลเฉพาะกลุ่ม เข้าไปตอบโจทย์ความต้องการ อาทิ กลุ่มผู้ป่วยหรือมีโรคประจำตัว ซึ่งต้องการอาหารคุณสมบัติพิเศษ เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ต้องการอาหารที่หวานน้อย หรืออาหารมีความหวานปกติ แต่เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วอัตราการดูดซึมความหวานต่ำ ไม่ทำให้ปริมาณน้ำตาลในร่างกายปรับเพิ่มขึ้น เป็นต้น

แบงค์ 4.0 รุกหนักอีโมชั่น ถึงคราว “กรุงศรี” ส่ง BESTFRIEND เคาะประตูหัวใจคนรุ่นใหม่ เลือกได้ในแบบที่ใช่

  • โลกทุกวันนี้มีอะไรเปลี่ยนไปทุกวัน ยิ่งเรื่องการใช้เงิน ยิ่งเปลี่ยนเร็วเหลือเกิน ไหนจะกดเงินไม่ใช้บัตร มาเจอโมบายล์แบงค์กิ้ง ไหนจะฟินเทค เดี๋ยวอยู่ๆวันนึง ตู้เอทีเอ็มหายเฉย บางอันก็สะดวก บางอันก็ยากจนงง
  • แต่กรุงศรี เชื่อว่า ต่อให้โลกเปลี่ยนไปแค่ไหน... เรื่องเงิน ก็ยังต้องเป็นเรื่องง่าย
  • เราจึงไม่ยอมลดความสะดวกของคุณ มีแต่ขยายทุกช่องทาง ที่จะช่วยให้คุณสะดวก ในทุกเวลา และทุกรูปแบบการใช้ชีวิตของคุณ
  • สะดวกทักทายกันที่สาขา มีตู้ให้อุ่นใจไว้กดเงินได้ทุกที่ หรือต้องการความรวดเร็วทันใจแบบยุคดิจิทัล ก็มีรองรับแบบครบวงจร ให้คุณสบายในทุกๆเวลาของชีวิต และรู้ว่า... #กรุงศรีอยู่นี่นะ

ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับชีวิตเรามากขึ้น ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว องค์กรไหนที่ไม่คิดปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์ธุรกิจคงแย่ ในธุรกิจแบงค์ก็เช่นเดียวกัน ทำให้แบงค์ของไทยต้องหันมามองในเรื่องของรีเลชั่น สัมพันธภาพที่ดีระหว่างลูกค้ากับแบรนด์

BESTFRIEND โฆษณาชุดใหม่จาก Alpha 245” สร้างขึ้นจากไอเดียบนความจริงที่ว่า ถึงแม้จะมีสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียวเราก็สามารถอยู่บนโลกนี้ได้แบบสบายๆ แต่บางครั้งการมี “เพื่อน” ดีที่เข้าใจและพร้อมจะอยู่เคียงข้างอาจเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราอุ่นใจได้อย่างไม่รู้ตัว ความเหินห่าง และความเหงาของสังคมในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ถูกหยิบยกเอาความรู้สึกนี้มาสร้างเป็นภาพยนตร์โฆษณาน่ารัก ภายใต้แคมเปญ #กรุงศรีอยู่นี่นะ ภาพยนตร์โฆษณาที่ดูแล้วต้องอมยิ้มปนไปกับความรู้สึกอุ่นใจที่เราเชื่อว่าขยี้ใจคนขี้เหงาได้อีกหลายคน

(เพื่อน-จอย-อุ่น หนุ่มข้างบ้าน)

เรื่องราวดำเนินขึ้นผ่านชีวิตของสาวโสด “จอย” ที่ต้องการใครสักคนเข้ามาดูแล เธอจึงตัดสินใจสั่งซื้อหุ่นยนต์ “เพื่อน” เข้ามาดูแลชีวิต ซึ่งตั้งแต่ที่เธอมีเพื่อน ชีวิตเธอก็สะดวกสบายขึ้นในหลายๆเรื่อง... แต่ก็ยังมีบางเรื่องที่เพื่อนไม่อาจเข้าใจเธอได้

(ความรู้สึกถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยี)

 

(เทคโนโลยีไม่อาจทดแทนความอุ่นใจ)

บางครั้งเทคโนโลยีไม่อาจทดแทนความอุ่นใจ หัวใจเธอจึงถูกเติมเต็มจากหนุ่มข้างบ้าน“อุ่น”ที่เข้าใจเธอในทุกๆเรื่องซึ่งสุดท้ายแล้วเธอก็ไม่จำเป็นต้องลำบากใจในการเลือกใคร เพราะเธอสามารถเลือกเพื่อนที่เป็นหุ่นยนต์ไว้คอย “ดูแล” พร้อมมีอุ่นคนที่ “เข้าใจ” อยู่ใกล้ๆเธอได้เสมอ

(ขอผมอยู่นี่นะ)

หลายครั้งในชีวิตสถานการณ์ต่างๆ มักบีบบังคับให้เราต้องเลือก ภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้จัดทำขึ้นเพื่อจะบอกว่า เพราะไม่ว่าคุณจะใช้ชีวิตแบบไหน ก็เลือกได้ในแบบที่ใช่ เพราะ #กรุงศรีอยู่นี่นะ พร้อมกระชากอารมณ์ตรงจุดผ่านชีวิตของคนในยุคนี้ที่ใช้ชีวิตหลายแบบ และจะดีแค่ไหนถ้าเราไม่ต้องเลือก “ผมอยู่นี่นะ” น่าจะแทนใจความหมายโฆษณาชุดนี้ได้เป็นอย่างดี ตรงจริตใครหลายคน และกลมกล่อมลงตัวอย่างพอดี

อุ่นใจกับ BESTFRIEND พร้อมรับชมภาพยนตร์โฆษณาเพิ่มเติมได้ที่: https://www.youtube.com/watch?v=z7aQW5YhBTY

Page 5 of 5

Page Visitor

009897529
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
8845
45512
105537
6707921
1286389
1540324
9897529
Your IP: 18.215.33.158
2020-10-27 04:26