then
May 18, 2022

Thaitrade.com สร้างผู้ช่วยขาย E-Commerce รุ่นใหม่ ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยขายออนไลน์ข้ามพรมแดนบนแพลตฟอร์มระดับสากล

Thaitrade.com โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ Amazon Global Selling (ประเทศไทย) บริษัท ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด และวิทยาลัยนานาชาติมหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมเปิดตัวโครงการ “Thaitrade.com’s Young e-Entrepreneurs” โดยได้รับเกียรติจากนายวิทยากร มณีเนตร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นประธานเปิดงาน ในวันที่ 25 มกราคม 2562 ณ ห้องออดิทอเรี่ยม อาคาร 11 วิทยาลัยนานาชาติมหาวิทยาลัยรังสิต จังหวัดปทุมธานี

นายวิทยากร มณีเนตร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “โครงการ “Thaitrade.com’s Young e-Entrepreneurs” มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทยที่เป็นสมาชิกผู้ขายบนเว็บไซต์ Thaitrade.com ให้สามารถขายสินค้าไปต่างประเทศผ่านเว็บไซต์ชั้นนำระดับสากลได้ จากเดิมในรูปแบบขายส่ง (B2B) ไปเป็นรูปแบบขายปลีก (B2C) ระหว่างประเทศ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยโครงการนี้ได้รับเกียรติจากพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งระหว่างประเทศอย่างบริษัท ดีเอชแอลฯ ออนไลน์มาร์เก็ตเพลสระดับโลกของอเมริกาอย่าง Amazon.com และเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เป็นกำลังสำคัญของโครงการฯ จากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต มาเสริมทัพ กรมฯ มองว่า คนรุ่นใหม่ที่มีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีจะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการและช่วยลดอุปสรรคในด้านการตลาดอีคอมเมิร์ซได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ทางกรมฯ ได้คัดเลือกผู้ประกอบการไทยที่เป็นสมาชิกเว็บไซต์ Thaitrade.com จำนวน 10 บริษัท จากกลุ่มสินค้าประเภท สินค้าเครื่องนุ่งห่ม สินค้าแม่และเด็ก และอะไหล่รถยนต์ เข้าร่วมโครงการ เนื่องจากเป็นกลุ่มสินค้าไทยที่ได้รับความนิยมและสามารถเติบโตได้มากในตลาดค้าปลีกต่างประเทศ โดยทางกรมฯ หวังว่าโครงการนี้จะเป็นโครงการนำร่องที่สามารถเพิ่มโอกาสทางการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดนในรูปแบบขายปลีกให้กับผู้ประกอบการไทย สามารถสร้างยอดขายได้จริง รวมทั้งเป็นต้นแบบให้กับการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในกลุ่มสินค้าอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการก้าวสู่ตลาดการค้าออนไลน์ ในอนาคตกรมฯ มีความยินดีที่จะร่วมมือกับทุกมหาวิทยาลัย และพร้อมดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นกำลังหลักในการผลักดันธุรกิจไทยในยุคดิจิทัล” นายวิทยากร กล่าว

นางชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงการเข้าร่วมโครงการนี้ว่า “อุปสรรคหนึ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยไม่สามารถไปสู่ตลาดออนไลน์ระหว่างประเทศได้ ก็คือ ความเข้าใจเกี่ยวกับ International Logistics ซึ่งมีหลายส่วนที่ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึง ตรงส่วนนี้ทาง DHL Express จะมาเติมเต็มเรื่องความรู้ทั้งด้านต้นทุนการขนส่ง กระบวนการการขนส่งสินค้า กฎระเบียบในแต่ละประเทศที่ต่างกันไป และการใช้ประโยชน์จากลอจิสติกส์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ซื้อในโลกของอีคอมเมิร์ซ หลายๆ คนจะมองว่าลอจิสติกส์ไม่สำคัญและพยายามจะลดต้นทุนตรงนี้ แต่ถ้าผู้ประกอบการเข้าใจและใช้ประโยชน์จากลอจิกติกส์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดกลยุทธ์ด้านราคาสินค้า การใช้ความรวดเร็วของการขนส่งในการสร้างรีวิวที่ดี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อและทำให้เกิดการซื้อซ้ำ ดังนั้นลอจิสติกส์จึงสำคัญกับการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนในการค้าออนไลน์”      

นางสาวจารุสตรี สุขเกษม หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการขายทั่วโลกประเทศไทย Amazon Global Selling (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ทาง Amazon เล็งเห็นศักยภาพของสินค้าไทยว่าเป็นที่ต้องการของตลาดอเมริกา และพร้อมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยขยายฐานการค้าสู่ตลาดต่างประเทศ อย่างไรก็ตามเราพบว่าปัจจุบันผู้ประกอบการไทยอาจจะยังขาดความพร้อมในด้านต่างๆ อาทิเช่น การสร้างคอนเทนต์ภาษาอังกฤษเพื่อนำเสนอสินค้าในตลาดต่างประเทศ การปรับรูปแบบการค้าจากการค้าส่งมาเป็นค้าปลีก (B2C) รวมถึงยังขาดประสบการณ์ในการทำการตลาดบนออนไลน์มาร์เก็ตเพลส โครงการนี้จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเพราะได้เด็กรุ่นใหม่เข้ามาช่วยทำให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวเข้ากับการขยายธุรกิจผ่านแพลตฟอร์มของ Amazon ได้เร็วขึ้นและสามารถใช้เครื่องมือต่างๆ ซึ่งเป็น Global service ของ Amazon ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับธุรกิจได้”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กฤษฏา ศรีแผ้ว คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้สนับสนุนนักศึกษาเข้าร่วมโครงการกล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติที่เป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับเลือก ถือเป็นโครงการที่ดีต่อนักศึกษาที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ทำงานจริง สอดคล้องกับทางมหาลัยที่สอนลักษณะเลคเชอร์ให้น้อยลง แต่เน้นการเรียนรู้ตามกิจกรรม (Activity based learning) มากขึ้น โดยถือเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้เรียนรู้จากบริษัทชั้นนำอย่าง DHL และ Amazon.com รวมถึงเว็บไซต์ Thaitrade.com ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เราดีใจมากที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ของหน่วยงานราชการ เราคาดหวังว่าเด็กที่มาร่วมโครงการนี้เด็กจะได้อาวุธติดไม้ติดมือไปเพื่อพร้อมที่จะแข่งขันในโลกของไอที ดิจิทัลดิสรัปชั่น”

ผู้ประกอบการไทยที่สนใจเข้าร่วมโครงการในครั้งต่อไปหรือต้องการสมัครสมาชิกเว็บไซต์ Thaitrade.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเว็บไซต์ Thaitrade.com ได้ที่ 02-507-7825  หรือ Call Center 1169 หรือ www.facebook.com/ThaiTradedotcom หรือ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

DITP ร่วมกับ GIT ดันผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับ ขายออนไลน์บน Thaitrade.com

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (DITP) ร่วมกับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT จัดอบรมหลักสูตร “พัฒนาผู้ประกอบการเข้าสู่การทำธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้โครงการพัฒนาจังหวัดจันทบุรีเป็นนครอัญมณี” เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการซื้อด้วยความมั่นใจ (Buy with Confidence: BWC) สามารถทำธุรกิจออนไลน์สู่ต่างประเทศได้ ผ่านเว็บไซต์ Thaitrade.com..โดยได้รับเกียรติจาก นายบุญทวี ศรีประเสริฐ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงาน

ภายในงานมีทีม Thaitrade.com โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมแนะนำเว็บไซต์ วิธีการใช้งานเว็บไซต์ และการเตรียม Content อย่างไรให้โดนใจลูกค้าจากต่างประเทศ รวมถึงมีผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพเครื่องประดับ จาก AliveNow มาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการถ่ายภาพอย่างไรให้โดนใจลูกค้า สอนเทคนิคการถ่ายภาพและแต่งภาพโดยใช้แอพพลิเคชั่นแต่งภาพอย่างไรให้สินค้าน่าซื้อ นอกจากนี้ยังมีบริษัท Paypal ประเทศไทย และ บริษัท ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด มาออกบูธให้คำแนะนำด้านการชำระเงินและโลจิสติกส์อีกด้วย ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมอบรมในหลักสูตรฯ จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าบนตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โชว์โครงการปี 62 อัพเลเวลธุรกิจครอบคลุมทุกระดับ พร้อมปักหมุดศูนย์ฯรัชดาภิเษก สู่บิสิเนสอะคาเดมี่แห่งใหม่ ครบในที่เดียว!

  • กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดงาน DITP OPEN HOUSE 2019  ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ดีเอ็นเอ” ดึงผู้ประกอบชั้นนำยุคใหม่ สร้างแรงบันดาลใจการทำธุรกิจ อาทิ ธุรกิจผลิตภัณฑ์สปาและอโรมา โดยคุณศรีริต้า เจนเซ่น ธุรกิจอาหารเสริมคุณนาคร-กษมา ศิลาชัย ธุรกิจอาหารเสริม โดยดีเจเพชรจ้า ฯลฯ

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เร่งพัฒนาผู้ประกอบการไทยด้วยนโยบาย “Local To Global” หรือ การยกระดับผู้ประกอบการธุรกิจให้ก้าวสู่เวทีระดับโลก  จัดกิจกรรม “DITP OPEN HOUSE 2019” ภายใต้แนวคิด “DNA ใหม่ SMEs ไทยก้าวไกลอย่างมั่นคง”   นอกจากนี้ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือ NEA ยังได้เผยถึงการดำเนินงานของหน่วยงานในปี 2562 ที่มุ่งยกระดับไปสู่การเป็นอะคาเดมี่เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการที่ครบวงจร โดยอาศัยพื้นที่ถนนรัชดาฯ ซึ่งมีความสะดวกและเพียบพร้อมทั้งการเดินทางที่สะดวกสบาย หลักสูตรและบริการที่ตอบทุกความต้องการ รวมทั้งกิจกรรม/อบรมสัมมนาที่มากกว่า 50 กิจกรรมตลอดปี  อาทิ การค้าออนไลน์และอีคอมเมิร์ซ การเข้าถึงตลาดที่มีศักยภาพ การพัฒนาผู้ประกอบการรายใหม่ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม กิจกรรม “DITP OPEN HOUSE 2019” ได้จัดไปเมื่อเร็วๆนี้ โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก อาทิ ธุรกิจผลิตภัณฑ์สปาและอโรมา  โดยคุณศรีริต้า เจนเซ่น ธุรกิจอาหารเสริม โดยคุณนาคร-กษมา ศิลาชัย ธุรกิจอาหารเสริม โดยดีเจเพชรจ้า ฯลฯ

นางบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ในปี 2562 ถือเป็นอีกปีที่มีความเร่งด่วนที่จะต้องพัฒนาผู้ประกอบการไทย กรมฯจึงได้ดำเนินนโยบาย “Local To Global” ซึ่งมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ ตั้งแต่ระดับฐานรากและยกระดับผู้ประกอบการธุรกิจให้เดินหน้าสู่เวทีการค้าระดับโลก พร้อมทั้งเปลี่ยนแปลงการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้มีการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายในการสร้างความเป็นธรรมและเท่าเทียมในการทำธุรกิจ  ลดการผูกขาดหรืออำนาจเหนือตลาด เพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ดำเนินธุรกิจ ตลอดจนสร้างโอกาสในการค้าการลงทุนให้กับผู้ประกอบการในต่างประเทศให้อยู่ในระดับที่เข้มข้น

นางบรรจงจิตต์ กล่าวต่อว่า เพื่อให้ผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและรายใหม่ ได้มีโอกาสเข้าถึงงานบริการของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศให้ได้มากยิ่งขึ้น ล่าสุดจึงได้มอบหมายให้สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือ NEA จัดกิจกรรม “DITP OPEN HOUSE 2019” ภายใต้แนวคิด “ค้นหา DNA ใหม่ SMEs ไทยก้าวไกลอย่างมั่นคง” ขึ้น ซึ่งแนวคิด DNA นั้น สะท้อนแนวทางการสนับสนุนพัฒนาผู้ประกอบการในทุกระดับ ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างกำลังดำเนินการและจะมีขึ้นตลอดทั้งปี ซึ่งประกอบด้วย

  • การพัฒนาด้าน Digital Economy กรมฯ ไม่เพียงมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องการค้าในรูปแบบเดิม แต่ยังมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการได้ใช้ประโยชน์และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน จากการทำธุรกิจผ่านทางออนไลน์อีกด้วย ดังนั้น กรมฯ จึงเร่งดำเนินการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเพื่อการค้าทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ โดยได้จัดตั้ง สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่(NEW Economy Academy) หรือ NEA เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการให้สามารถใช้ช่องทางออนไลน์ในการประกอบธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การพัฒนาด้าน New Services ซึ่งเป็นการบริการในรูปแบบใหม่ๆและเข้าถึงผู้ประกอบการได้ง่ายขึ้น อาทิ 1169 DITP Call Center หน่วยงานบริการข้อมูลและความรู้ให้กับผู้ประกอบการทั่วประเทศ ตอบทุกข้อสงสัยพร้อมทั้งแนะนำช่องทางการทำการตลาดให้กับผู้ประกอบการได้ง่ายขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีโครงการที่จะช่วยเพิ่มโอกาสการขยายตลาดให้กับผู้ประกอบการไทยทุกระดับ การพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากผ่านทางออนไลน์ จึงได้พัฒนาแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ เว็บไซต์ com ซึ่งถือเป็นตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แบบ B2B2c สำหรับผู้ประกอบการไทยในการทำการค้าระหว่างประเทศผ่านช่องทางที่หลากหลาย
  • การพัฒนาด้าน Accelerate หรือเครื่องมือในการเร่งความเร็วให้กับผู้ประกอบการในการก้าวสู่ตลาดการค้าระดับนานาชาติ ผ่านการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ อาทิ โครงการ SME Pro active โครงการ TOP THAI BRAND ฯลฯ  เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถส่งออก พร้อมทั้งแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆได้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นการช่วยกระตุ้นตัวเลขทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศยังได้ร่วมมือกับองค์กรเครือข่ายพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และอีกหลากหลายหน่วยงาน ซึ่งจะร่วมผนึกกำลังเสริมสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย ได้ใช้ประโยชน์จากบริการต่างๆที่จำเป็นกับการเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน ด้านกฎระเบียบในการนำเข้า-ส่งออก การจัดตั้งธุรกิจ การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล ฯลฯ

ด้าน นายพรวิช ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ เปิดเผยว่า การดำเนินงานของ NEA ในปีนี้ได้ปรับบทบาทและภารกิจในการส่งเสริมพัฒนาผู้ประกอบการหลากหลายด้าน  โดยกำหนดให้ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่  ( ถ.รัชดาภิเษก ) ศูนย์ฝึกอบรมหลักพร้อมด้วยคุณสมบัติของการมี Good Location สามารถเดินทางได้สะดวกสบาย อยู่บนใจกลางเมือง และเป็นย่านที่แวดล้อมไปด้วยแหล่งธุรกิจ Good Services บริการต่างๆที่หลากหลายและตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ประกอบการ Good Activities กิจกรรมการฝึกอบรม/การสัมมนาที่เต็มไปด้วยอรรถประโยชน์ตลอดทั้งปี และ Good Programme for Entrepreneur หลักสูตรส่งเสริมการค้าในยุคดิจิทัล ที่จะได้เรียนรู้ ตลอดจนเป็นเสมือนจุดนัดพบระหว่างผู้ประกอบการรายใหม่และรายเก่า เจ้าหน้าที่ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ รวมถึงทีมงานมืออาชีพ ผู้ที่มีความรู้ มีประสบการณ์ ให้สามารถแบ่งปันแนวความคิดหรือทักษะในด้าน    ที่จำเป็น เพื่อให้เกิดกลยุทธ์การทำธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งมั่นใจว่า NEA รัชดาฯ จะเป็นอะคาเดมี่ที่ช่วยเติมเต็มทุกเทคนิคทางธุรกิจได้อย่างเต็มที่ ด้วยเนื้อหาที่เข้มข้น และสามารถนำไปใช้ในทุกตลาดการค้า

อย่างไรก็ดี ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น จะเห็นได้ว่า NEA ได้ดำเนินกิจกรรมการอบรมและสัมมนาต่างๆ มากกว่า 150 กิจกรรม ซึ่งแต่ละกิจกรรมล้วนแล้วแต่มีความจำเป็นและครอบคลุมทุกเนื้อหา ทุกกลุ่มธุรกิจ ทุกตลาดที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่  ผู้บริหาร รวมไปถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ และการสร้างเครือข่ายการค้า ฯลฯ ทั้งนี้ ยังผลักดันให้ผู้ประกอบการได้มองในมุมที่กว้างขึ้น ตั้งแต่เศรษฐกิจในระดับจุลภาคไปจนถึงมหภาค เพื่อพร้อมก้าวสู่การเป็น Smart Enterprise ที่มีศักยภาพสูง และสำหรับในปี 2562 นี้ NEA ยังคงมุ่งเติมเต็มทุกความรู้ด้านดิจิทัลให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ได้จริง อาทิ E-Commerce Week หลักสูตรครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ในยุคดิจิทัล การค้าออนไลน์และอีคอมเมิร์ซ การเข้าถึงตลาดที่มีศักยภาพ การพัฒนาผู้ประกอบการรายใหม่ การส่งออกต่างประเทศ ฯลฯ ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่าจะผลักดันให้ผู้ประกอบการ และผู้มีความต้องการดำเนินธุรกิจใหม่เข้าร่วมกิจกรรมให้ได้มากกว่า 1 แสนราย  พร้อมตอบโจทย์กับความต้องการในตลาดโลกที่กำลังก้าวสู่เศรษฐกิจยุคดิจิทัลได้มากขึ้น

สำหรับ กิจกรรม “DITP OPEN HOUSE 2019” ได้จัดไปเมื่อเร็วๆนี้ โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมงานจำนวนมาก อาทิ ธุรกิจผลิตภัณฑ์สปาและอโรมา โดยคุณศรีริต้า เจนเซ่น ธุรกิจอาหารเสริม โดยคุณนาคร-กษมา ศิลาชัย ธุรกิจอาหารเสริม โดยดีเจเพชรจ้า ฯลฯ สำหรับผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โทรศัพท์ 02 507 8157 หรือ www.nea.ditp.go.th ,facebook.com/nea.ditp

 

เอ็นอีเอ ชวนร่วม “เปิดบ้าน DITP OPEN HOUSE 2019”

สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการค้ายุคใหม่ (NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ขอเชิญผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจร่วมงาน “เปิดบ้าน DITP OPEN HOUSE 2019” พบกับกิจกรรมต่างๆ อาทิ การเสวนาจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศและการทำตลาดออนไลน์ การจัดแสดงนิทรรศการโครงการสำหรับผู้ประกอบการในปี 2562 การให้คำปรึกษาด้านการลงทุนจากหน่วยงานพันธมิตร เช่น ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าฯ (EXIM Bank) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติฯ (NIA) และธนาคารกรุงไทย พร้อมรับฟังประสบการณ์จากผู้ประกอบการที่เคยเข้าร่วมโครงการที่ประสบความสำเร็จทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งศิลปินดาราเจ้าของธุรกิจยุคใหม่ อาทิ ดีเจเพชรจ้า , คุณเปิ้ล นาคร และคุณจูน กษมา ศิลาชัย และคุณศรีริต้า เจนเซ่น ที่ให้เกียรติมาร่วมงาน

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันพุธที่ 9 มกราคม 2562 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (ถนนรัชดาภิเษก) ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://bit.ly/2Snpck4 หรือ https://goo.gl/forms/xhRF8MhXFtItSmUT2 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม   ได้ทางโทรศัพท์ 02-507-8157  เว็บไซต์ nea.ditp.go.th และ facebook.com/nea.ditp

ดลมณี ผู้ผลิตจากชุมชนสู่ผู้ส่งออกกระเป๋าแบรนด์ไทยชู Thaitrade.com จุดประกายความสำเร็จสู่เวทีโลก

เว็บไซต์ Thaitrade.com โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ บอกเล่าเรื่องราวแห่งความสำเร็จของ ดลมณี (Don Manee) แบรนด์กระเป๋าผ้าทอมือ เปลี่ยนแปลงสินค้าชุมชน สู่สินค้าแฟชั่นที่มีเอกลักษณ์ในเวทีระดับโลก

นางสาววันดี มณีจันทร์ เจ้าของบริษัท ยูฟอเรีย เอ็มไพร์ จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกกระเป๋าผ้าทอ แบรนด์ดลมณี เผยว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้มาจากที่ตัวเองอาศัยอยู่ในชุมชนที่ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทอผ้า รวมถึงยังมีกลุ่มผู้พิการในชุมชนร่วมด้วย แต่สิ่งที่เห็นคือปัญหาต่างๆ ของชาวบ้านในขณะนั้น คือ ยังไม่มีช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าหลังจากที่ทอผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทำให้เริ่มมีแนวคิดผลิตสินค้าจากผ้าทอมือ และเริ่มศึกษาการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกลุ่มของผู้พิการก่อน จนสามารถพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์พฤติกรรมของลูกค้างานฝีมือ โดยเน้นดีไซน์ให้มีความเป็นแฟชั่นมากขึ้น โดยอาศัยช่างที่มีอยู่ในชุมชนรวมตัวกัน มาผลิตผ้าทอให้เป็นกระเป๋าที่สวยงาม ภายใต้แบรนด์ “ดลมณี” (Don Manee)

ด้วยคุณภาพบวกกับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมการตัดเย็บที่ประณีตทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักค่อนข้างเร็ว แต่ผลตอบรับยังไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าที่ควร จึงได้ปรับเปลี่ยนแผนการตลาดและวางดีไซน์สินค้าใหม่ให้รับกับเทรนด์ตลาดมากขึ้น พร้อมวางจำหน่ายทางเพจเฟสบุ๊คและตามเว็บไซต์ต่างๆ เช่น Shopee, Amazon ฯลฯ รวมถึงมีหน้าร้านอยู่ที่ตึกอัมรินทร์ ชั้น 1 และชั้น 3 รวมทั้งจัดส่งสินค้าเข้าประกวดตามโครงการต่างๆ ที่ภาครัฐได้จัดขึ้น จนได้รางวัลด้านแฟชั่นและได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการผู้ประกอบการรายใหม่ นิวเฟซ (New faces) ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศซึ่งเป็นที่มาของ การเข้าร่วมเป็นสมาชิกบนเว็บไซต์ Thaitrade.com

“กระเป๋าผ้าทอแบรนด์ “ดลมณี” เป็นงานที่ผลิตเองจากฝีมือคนไทย ทำให้แบรนด์มีเรื่องราว และขายตัวเองมาได้โดยตลอด มีเป้าหมายบุกตลาดต่างประเทศเพื่อชูเอกลักษณ์ในความเป็นไทยให้ต่างชาติได้เห็น ซึ่งหลังจากเข้ามาเป็นสมาชิกผู้ขายบนเว็บไซต์ Thaitrade.com ได้ 2 ปี ได้รับคำแนะนำจากทีมงานของกรมฯ ในการพัฒนาศักยภาพหลายด้าน ส่งผลให้มีลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าจากประเทศไนจีเรีย จีน และฮ่องกง ซึ่งถือว่าเว็บไซต์ Thaitrade.com สามารถจุดประกายความสำเร็จในฐานะผู้ส่งออกกระเป๋าผ้าทอ กับเอกลักษณ์ไทยที่ไม่เหมือนใครสู่เวทีโลก นอกเหนือจากการเป็นสมาชิก Thaitrade.com แล้ว แบรนด์ได้ร่วมออกบูธแสดงสินค้ากับกรมฯ และเข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของเว็บไซต์ Thaitrade.com อย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดได้ออกบูธร่วมกับทางกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ในงาน Style 2018 เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ” นางสาววันดี กล่าว

เว็บไซต์ Thaitrade.com โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ พร้อมส่งเสริมผู้ประกอบการที่มุ่งมั่น มีสินค้าที่มีคุณภาพสู่การเป็นผู้ส่งออก เพื่อเพิ่มโอกาส การเติบโตของธุรกิจให้มากขึ้น­ โดยสมาชิกจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ นอกเหนือจากโอกาสทางการค้าบน Thaitrade.com แล้ว ยังได้รับบริการการจับคู่เจรจาธุรกิจ หรือBusiness Matching เพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการมองหาคู่ค้าใหม่ๆ การสนับสนุนข้อมูล ข่าวสาร บทวิเคราะห์การตลาดจากผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่องผ่าน E-Newsletter บริการ ให้คำปรึกษาเชิงลึกเพื่อให้สามารถทำการค้าผ่านสื่อออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงจัดกิจกรรมร่วมกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจด้าน
“e-Commerce” ระดับโลก เพื่อจะมาอัพเดทเทรนด์ธุรกิจที่กำลังมีอิทธิพลกับตลาดโลกที่น่าสนใจ และขยายโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.thaitrade.com, www.facebook.com/ThaitradeDotCom หรือ DITP Call Center 1169  โทร. 02 507 7825 หรือ e-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Page Visitor

003469453
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
30698
51681
197394
719453
0
3469453
Your IP: 34.231.147.28
2022-05-18 14:16