“เจน นำชัยศิริ” ประธาน ส.อ.ท. วาระปี 2559 - 2561
ชูนโยบาย “อุตสาหกรรมเป็นมิตร ช่วยเศรษฐกิจ ช่วยชาติ”

ประธาน ส.อ.ท. คนใหม่ วาระปี  2559 - 2561 ประกาศนโยบายการบริหารงานชูยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม 6 ด้าน ภายใต้วิสัยทัศน์ “อุตสาหกรรมเป็นมิตร ช่วยเศรษฐกิจ ช่วยชาติ”

นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงพันธกิจหลักที่จะดำเนินการในวาระปี 2559-2561 ว่าจะสร้างความเข้มแข็งโดยเสริมสร้างภราดรภาพ ความเข้าใจ และความสามัคคี ของหมู่สมาชิก และเจ้าหน้าที่ของ ส.อ.ท. รวมถึงเสริมข้อมูล ข้อเท็จจริง และความรู้ต่างๆ เพื่อนำไปสู่การระดมความคิด กระบวนการตัดสินใจ และแก้ปัญหาต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเน้นการสื่อสารสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ บนพื้นฐานของความจริงและข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และส่งเสริมให้นักอุตสาหกรรมที่มีความรู้ ความสามารถ และมีจิตสาธารณะ เข้ามาร่วมงานใน ส.อ.ท. เพื่อให้เกิดความแข็งแกร่ง และยั่งยืน มากยิ่งขึ้น

สำหรับยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม 6 ด้าน จะได้รับการผลักดันให้เชื่อมโยงและบูรณาการกับยุทธศาสตร์ ของ ส.อ.ท. ทั้งจากยุทธศาสตร์กลุ่มอุตสาหกรรม และยุทธศาสตร์จังหวัด และภูมิภาค ได้แก่

  1. สร้างขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทย ด้วยประสิทธิภาพ ผลิตภาพ และนวัตกรรม
  2. พัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้ยั่งยืนด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
  3. สร้างความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมไทย ด้วยการรวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์
  4. สร้างโอกาสให้อุตสาหกรรมไทยใช้ประโยชน์จากการเจรจาการค้า
  5. พัฒนาบุคลากรเพื่อยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมไทย
  6. ร่วมกับภาครัฐในการสร้างปัจจัยเอื้อต่อภาคอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ สภาอุตสาหกรรมฯ ได้จัดทำกลไกหลักของ ส.อ.ท. ในการทำงานเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม โดยได้แบ่งหน่วยงานภายในองค์กรไว้ดังนี้

     กลุ่มเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน  ประกอบด้วย สถาบันรหัสสากล GS-1, สถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย RFID,สถาบันวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม  IRDI, สถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่ออุตสาหกรรม ICTI, สถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ HCI, สถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต SMI, สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม IIE, และ Industry 4.0

     กลุ่มสัมพันธ์สมาชิก  ประกอบด้วย งานส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรม (45 กลุ่มอุตสาหกรรม), งานกิจการสภาอุตสาหกรรมจังหวัด (74 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด) และงานสมาชิกสัมพันธ์

     กลุ่มปัจจัยพื้นฐาน  ประกอบด้วย งานเศรษฐกิจ, งานส่งเสริมการค้าการลงทุน, งานวิชาการ, งานส่งเสริมการค้าชายแดนและเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ, งานโลจิสติกส์, งานกฎหมาย, งานพิธีการต่างประเทศ และงานแรงงาน

     กลุ่มสื่อสารสาธารณะ  ประกอบด้วย งานประชาสัมพันธ์, งานรายได้, งานกิจกรรมเพื่อสังคม, Young FTI, สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม TIPMSE,สถาบันสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม IEI และสถาบันน้ำเพื่อความยั่งยืน WIS

ทั้งนี้ เพื่อผลักดันให้แผนงานสามารถดำเนินได้ตามแผนที่วางไว้ สภาอุตสาหกรรมฯ จึงได้แต่งตั้ง นายสุพันธุ์  มงคลสุธี ประธานกิตติมศักดิ์ รองประธานอาวุโส รองประธาน เลขาธิการ นายทะเบียน และเหรัญญิก เพื่อดูแลรับผิดชอบสายงานต่างๆ ดังนี้

  1. นายบดินทร์ อัศวาณิชย์           รองประธานอาวุโส
  2. นายสมพงศ์ นครศรี                 รองประธานอาวุโส
  3. นายสุมิดา บุรณศิริ                   รองประธานอาวุโส
  4. นายทวี ปิยะพัฒนา                  รองประธานอาวุโส
  5. นายสมพงษ์ ตันเจริญผล          รองประธานอาวุโส
  6. นายเกรียงไกร เธียรนุกุล          รองประธาน - งานส่งเสริมการค้าการลงทุน สภาธุรกิจ และศูนย์อาเซียน
  7. ดร.ขัติยา ไกรกาญจน์              รองประธาน – งานสถาบันวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมเพื่อ อุตสาหกรรมและสถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี
  8. นายเชิญพร เต็งอำนวย            รองประธาน – งานสำนักประธาน
  9. นายถาวร ชลัษเฐียร                 รองประธาน – งานสถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์
  10. นายธนารักษ์ พงษ์เภตรา          รองประธาน – งานกิจการสภาอุตสาหกรรมจังหวัด
  11. นายธวัชชัย เฮงประเสริฐ          รองประธาน – งานสำนักประธาน
  12. นายธานี พุฒิพันธุ์พฤทธิ์           รองประธาน – งานสำนักประธาน
  13. นายนิกร สุศิริวัฒนนนท์             รองประธาน – งานสำนักประธาน
  14. นายนิธิ ภัทรโชค                       รองประธาน - งานโลจิสติกส์ งานส่งเสริมการค้า ชายแดน และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ
  15. ดร.นิลสุวรรณ ลีลารัศมี             รองประธาน – งานสำนักประธาน
  16. นายบวร วงศ์สินอุดม                 รองประธาน – งานส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรม
  17. น.สพ.บุญเพ็ง สันติวัฒนธรรม   รองประธาน – งานสำนักประธาน
  18. นายปฐม สุทธาธิกุลชัย             รองประธาน – งานสำนักประธาน
  19. นายพิชิต บูรพวงศ์                   รองประธาน – สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์ และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม
  20. นายพีระ เพชรพาณิชย์             รองประธาน – งานสำนักประธาน
  21. นายไพรัตน์ เอื้อชูยศ                รองประธาน – งานกิจกรรมเพื่อสังคม
  22. นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์        รองประธาน – งานองค์กรระหว่างประเทศ
  23. นายมานะผล ภู่สมบุญ               รองประธาน – งานสำนักประธาน
  24. นายวศิน เตยะธิติ                      รองประธาน – งานสำนักประธาน
  25. นายวัลลภ วิตนากร                   รองประธาน – งานเศรษฐกิจ
  26. นายวีรศักดิ์ โฆสิตไพศาล          รองประธาน – งานสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม
  27. นายวีระชัย คุณาวิชยานนท์       รองประธาน – งานรายได้
  28. นายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล             รองประธาน – งานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต
  29. นายศักดิ์ณรงค์ แสงสง่าพงศ์      รองประธาน – งานสถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารเพื่ออุตสาหกรรม
  30. นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร       รองประธาน – งานวิชาการ
  31. นายสมชาย หวังวัฒนาพาณิช    รองประธาน – งานสถาบันสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม และสถาบันน้ำเพื่อความยั่งยืน
  32. นายสมยศ ตั้งมีลาภ                   รองประธาน – งานสำนักประธาน
  33. นายสมศักดิ์ ดารารัตนโรจน์        รองประธาน – งานประชาสัมพันธ์
  34. นายสมัย ลี้สกุล                          รองประธาน – งานสถาบันอุตสาหกรรมเพื่อการเกษตร
  35. นายสุชาติ จันทรานาคราช         รองประธาน – งานแรงงาน
  36. นายอรินทร์ จิรา                         รองประธาน – งานพิธีการต่างประเทศ
  37. นายกิตติ ตั้งจิตรมณีศักดา         เลขาธิการและงานกฎหมาย
  38. นางพัชนี ธนาพรสิน                   นายทะเบียน
  39. พญ.อัมพร จิตะพันธ์กุล               เหรัญญิก

“ส.อ.ท. ที่ผมอยากเห็น จะต้องเป็นสถาบันหลักของภาคอุตสาหกรรม ที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เป็นที่เชื่อมั่น ของสังคม เป็นที่พึ่งของนักอุตสาหกรรม พร้อมสร้างเสริมสถานภาพของอุตสาหกรรมในประเทศไทย ให้เป็นที่ยอมรับนับถือของประชาสังคม ภายใต้คำขวัญที่ว่า “อุตสาหกรรมเป็นมิตร ช่วยเศรษฐกิจ ช่วยชาติ” อีกทั้งเป็นสถาบันที่มีความเข้มแข็ง โดยเน้นหลักการทำงานที่ มั่นความจริง แม่นข้อมูล มุ่งส่วนรวม และพร้อมร่วมมือกับหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ รวมทั้งภาครัฐ ในแนวทางที่สร้างสรรค์ เสมอภาค และปลอดการเมือง” ประธาน ส.อ.ท. กล่าว

กสอ. โชว์ศักยภาพไทยเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน
พร้อมปักธงเร่งเครื่องอุตสาหกรรม New S-Curve ติดปีก อุตฯไทย

 กสอ. เผยศักยภาพอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยานไทยเป็นที่ต้องการในตลาดโลก พร้อมเร่งนโยบายในการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) โดยกำหนดกลยุทธ์การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ในภาคอุตสาหกรรมของไทย เพื่อรองรับการเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ดร. สมชาย หาญหิรัญ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาล มีนโยบายในการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) อันเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ของภาคอุตสาหกรรม ในการก้าวเข้าสู่ยุคของการผลิตด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง  ทั้งนี้ กรมส่งเสริม-อุตสาหกรรม ได้ตอบสนองนโยบายดังกล่าว โดยมุ่งเน้นพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ใน 4 กลุ่ม ได้แก่ อุตสาหกรรมไบโอพลาสติก อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยาน  

สำหรับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยาน เป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีอัตราการขยายตัวของธุรกิจการบินทั่วโลก โดยมีการคาดการณ์ว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า จำนวนเครื่องบินโดยสารทั่วทั้งโลกที่มีอยู่ประมาณ 2 หมื่นลำในปัจจุบัน จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าหรือกว่า 4 หมื่นลำ (ที่มา: กระทรวงคมนาคม) ซึ่งไทยมีมูลค่าการส่งออกในอุตสาหกรรมนี้ประมาณ 2.7 พันล้านบาท (ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย) ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่จะสามารถผลิตชิ้นส่วนอากาศยานได้นั้น จะต้องได้รับมาตรฐานการผลิตขั้นสูงที่การบินสากลกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด รวมถึงการได้รับการสนับสนุนและพัฒนาผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้อย่างจริงจัง เพื่อช่วยต่อยอดให้ไทยกลายเป็นฐานการผลิตใหญ่ในอาเซียน ให้กับอุตสาหกรรมการบินในอนาคตต่อไปได้

ดร.สมชาย กล่าวต่อว่า กสอ. ได้กำหนดแนวทางในการส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตดังกล่าว 3 แนวทาง ได้แก่ ด้านผลิตภาพ (Productivity) คือ การมุ่งเน้นการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต คุณภาพแรงงาน การใช้ทรัพยากร รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิต อาทิ การจัดการสต๊อก การลดต้นทุน การฝึกอบรมแรงงาน เป็นต้น ด้านมาตรฐาน (Standard) โดยมุ่งยกระดับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และได้รับการรับรองคุณภาพการผลิต อาทิ มาตรฐาน ISO13485 ซึ่งเป็นระบบบริหารคุณภาพ สำหรับการผลิตเครื่องมือแพทย์ สำหรับผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ที่จัดจำหน่ายในสหภาพยุโรป และมาตรฐาน AS9100  สำหรับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยาน และ ด้านการสร้างเครือข่ายธุรกิจ (Networking) โดยส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มทางธุรกิจ เช่น การสร้างคลัสเตอร์ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอากาศยาน และการเจรจาธุรกิจกับคู่ค้าจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันในตลาดให้สูงขึ้น

นอกจากนี้ กสอ. ยังมีเป้าหมายสำคัญในการทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมแห่งอนาคตใน 2 ด้าน คือ Outside In คือ การจูงใจและเอื้ออำนวยให้นักลงทุนหรือคู่ค้าทางธุรกิจ สนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย หรือสั่งผลิตสินค้าภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า (OEM) มากขึ้น และ Inside Out คือ การยกระดับผู้ประกอบการไทยให้สามารถผลิตสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตภายใต้ตราสินค้าของไทยมากขึ้นโดยการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศ  ทั้งนี้ ปัจจุบัน กสอ. มีโครงการเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคตหลายโครงการ อาทิ โครงการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต โครงการพัฒนาการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงอุตสาหกรรม (Clustering) โครงการสร้างเครือข่ายกลุ่มอุตสาหกรรม (Industry Networking) โครงการสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ ดร. สมชาย กล่าวสรุป

ด้าน นายบุญเจริญ มโนบูรชัยเลิศ ประธานกรรมการบริษัท ซี.ซี.เอส. แอดวานซ์ เทค จำกัด กล่าวว่า กลุ่มบริษัท ซี.ซี.เอส. ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาการผลิตเพื่อให้ก้าวทันต่อเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ เริ่มต้นธุรกิจจากการเป็นโรงกลึงโดยมีการนำเข้าเครื่องจักรที่ทันสมัยระดับโลก และมีการขยายปริมาณและความสามารถในการผลิตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยกระดับปรับปรุงมาตรฐานในการดำเนินกิจการมาโดยตลอด โดยผลิตสินค้าหลายประเภท อาทิ แม่พิมพ์ โมลด์ดิ้งพาร์ท ส่วนประกอบโทรศัพท์มือถือสมาร์โฟน และชิ้นส่วนโลหะอากาศยาน เป็นต้น ซึ่งตนมีความคิดว่าอยากทำธุรกิจที่คนไทยยังทำไม่ได้สมัยนั้น จึงต้องการยกระดับกิจการของตนเองไปสู่อุตสาหกรรมอากาศยานที่ต้องให้เทคโนโลยีขั้นสูง นั่นคือการเป็นบริษัทที่ผลิตชิ้นส่วนสำหรับอากาศยานป้อนให้กับตลาดทั้งใน อเมริกา ยุโรป และเอเชีย รวมทั้งผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินพาณิชย์ให้กับบริษัทชั้นนำระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Boeing, Airbus, Rolls Royce, Pratt & Whitney เป็นต้น

นายบุญเจริญ กล่าวต่อว่า การจะผลิตชิ้นส่วนป้อนอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องบิน (Aircraft Manufacturer) ระดับโลกเหล่านี้ได้ จำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานที่แต่ละผู้ผลิตเครื่องบิน และสายการบินกำหนด อาทิ มาตรฐาน AS9100 ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนยุ่งยาก หลายขั้นตอน และมีความเข้มงวดในกระบวนการผลิตสูงมาก จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากสำหรับผู้ประกอบการไทย แต่ ซี.ซี.เอส. ก็สามารถพิสูจน์ตนเองได้ว่าบริษัทสัญชาติไทยก็สามารถพัฒนาคุณภาพกระบวนการผลิตจนมีมาตรฐานระดับโลกได้ ทั้งนี้ ซี.ซี.เอส. มีมูลค่าการส่งออกในส่วนชิ้นส่วนอากาศยานต่อปีประมาณ 350 ล้านบาท หรือมียอดการสั่งผลิตประมาณ 20,000 ชิ้น/เดือน ซึ่งสูงที่สุดสำหรับบริษัทสัญชาติไทยที่มีเจ้าของเป็นคนไทย และถือเป็นความภาคภูมิใจที่บริษัทของผู้ประกอบการไทยสามารถเป็นที่ยอมรับในระดับโลก

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัท ซี.ซี.เอส. ยังเป็นธุรกิจในอุตสาหกรรมขั้นสูงสัญชาติไทยที่ริเริ่มธุรกิจด้วยการวางแผนเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว และพึ่งตนเองในการประกอบกิจการเป็นส่วนใหญ่ (Organic Growth) โดยได้มีการวางแผนที่จะขยายเครือข่ายในระดับโลกต่อไปในอนาคต พร้อมทั้งมีการนำระบบสากลในอุตสาหกรรมอากาศยานที่เรียกว่า “United Technology Aerospace System” มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ จึงถือว่าเป็นธุรกิจที่ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างเต็มตัว โดยพยายามสร้างความได้เปรียบจากคู่แข่งด้วยการนำเอานวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างโอกาสที่ดีทางธุรกิจ และเป็นเส้นทางที่นำไปสู่ความสำเร็จในระยะยาว ซึ่งเป็นแนวทางที่สำคัญในการบริหารจัดการธุรกิจให้เป็นไปตามเป้าหมาย นายบุญเจริญ กล่าวทิ้งท้าย

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โทรศัพท์ 0 2367 8134 หรือที่ www.dip.go.th หรือ www.facebook.com/dip.pr

Page 9 of 9

Page Visitor

017191574
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
23174
53861
288883
13840651
234607
1383188
17191574
Your IP: 44.192.10.166
2021-03-05 10:04