Biz Focus Industry Issue 157, February 2026

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive
 

เปิดแผนงานปี 69 “เอเพ็กซ์ ปาร์ค”

ชูจุดแข็ง 3 มิติ สร้างความเชื่อมั่นลูกค้า

      เอเพ็กซ์ ปาร์คเผยแผนการดำเนินงานปี 69 ยึดมั่นนโยบายเดินหน้าสร้างความมั่นคงและความมั่นใจให้แก่ลูกค้า ด้วยจุดแข็ง 3 มิติ ประกอบด้วย ชุมชน, สาธารณูปโภค และสิ่งแวดล้อม พร้อมตั้งเป้าขายที่ดินจาก 60% พุ่งเป็น 80% เน้นเจาะลูกค้าใหม่ กลุ่มเทคโนโลยี AI และ Data Center ขณะที่ รายได้รวมตั้งเป้าเติบโต 20% จากปี 68 มั่นใจผลประกอบการโตตามคาด ปลื้มฟีดแบ็คลูกค้าเป็นที่น่าพึงพอใจ ได้รับ 95 คะแนน จากการประเมินในภาพร

คุณณัชฐปกรณ์ ดำเนินชาญวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเพ็กซ์ ปาร์ค จำกัด

      คุณณัชฐปกรณ์ ดำเนินชาญวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเพ็กซ์ ปาร์ค จำกัด ผู้พัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมเอเพ็กซ์ กรีน อินดัสเตรียล เอสเตท กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทดำเนินงานก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 บริษัทได้มีการวางแผนในด้านจุดเด่นของนิคมอุตสาหกรรมเอเพ็กซ์ กรีน โดยให้ความสำคัญในเรื่องของสาธารณูปโภค ส่วนกลาง และคุณภาพชีวิต เนื่องจากมองว่าการที่นิคมอุตสาหกรรมจะยั่งยืนได้ ต้องมีความพร้อมในส่วนของปัจจัย 4 ให้แก่ผู้ที่มาอาศัย และมาลงทุน

      ทั้งนี้ ก่อนที่จะมีการพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรม กลุ่มบริษัทได้มีการบริหารที่ดินในจังหวัดฉะเชิงเทรามาอย่างยาวนาน ส่งผลให้บริษัทมีศักยภาพในแง่ของพื้นที่และทรัพยากร โดยนิคมอุตสาหกรรมเอเพ็กซ์ กรีน ปัจจุบันมีพื้นที่โดยรวมที่ 2,500 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ขาย 2,000 ไร่ พื้นที่สาธารณูปโภคและพื้นที่สีเขียวประมาณและ 500 ไร่ ขณะนี้ ขายออกไปแล้วประมาณ 60% ซึ่งมีลูกค้าเข้ามาดำเนินการก่อสร้างแล้วประมาณ 45% โดยเป็นกลุ่มนักลงทุนจากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ และไต้หวัน ประมาณ 80-90%

      สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่เข้ามาลงทุนมี 2 ประเภท โดยอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ สัดส่วนที่ 45% กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สัดส่วนที่ 30% และที่เหลือคละกันไปในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม

      “แรกเริ่มแล้วต้องยอมรับว่าจังหวัดฉะเชิงเทรา หากเทียบกับจังหวัดอื่นๆในเขต EEC แล้ว ความพร้อมถือว่ายังไม่สูง เมื่อเทียบกับจังหวัดชลบุรีและระยอง ที่มีการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมมาก่อนและหนาแน่นกว่าเรา เอเพ็กซ์ กรีน เราจึงให้ความสำคัญเรื่องการสร้างความเจริญให้คนในพื้นที่ไปควบคู่กับการสร้างแหล่งงานในนิคมอุตสาหกรรม ด้วยการสร้างแหล่งชุมชน ทีอยู่อาศัย โดยรอบไปพร้อมๆกับการพัฒนาที่ดินภายในโครงการ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและความมั่นใจแก่นักลงทุน เสริมจุดอ่อนเพิ่มจุดแข็งให้กับจ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งนี่คือพื้นฐานแนวคิดของนิคมอุตสาหกรรมของเรา” คุณณัชฐปกรณ์กล่าว

      ด้านแผนการดำเนินงานปี 2569 บริษัทยังยึดมั่นในนโยบายเดิม คือ การสร้างความมั่นคงและความมั่นใจให้แก่ลูกค้า ด้วยจุดแข็ง 3 มิติ ได้แก่ มิติ 1 : ด้านชุมชน โดยให้ความสำคัญด้านที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิต ซึ่งปัจจุบันมีแผนในการสร้างอพาร์ทเม้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการอยู่อาศัย ปัจจุบันได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ 2 อาคาร ซึ่งมีผู้เช่าเต็มแล้วทั้ง 2 อาคาร และในปี 2569 มีแผนที่จะขยายโปรเจคเพิ่ม เพื่อรองรับการขยายตัวของชุมชน

      ตั้งแต่เมื่อ 5 ปีที่แล้วที่ได้เริ่มโครงการเอเพ็กซ์ กรีน บริษัทก็ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างชุมชนมาตั้งแต่ต้น เพื่อสร้างความเจริญ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตพนักงานและผู้อยู่อาศัยโดยรอบ เราจึงสร้างคอมมูนิตี้ มอลล์ และ ปั๊มน้ำมันขึ้นมา โดยเป็นปั้มน้ำมันบางจาก ส่วน คอมมูนิตี้ มอลล์ จะใช้ชื่อว่า “เอเพ็กซ์ มอลล์” ตั้งอยู่บนมีพื้นที่ 9 ไร่ ปัจจุบันมีคนจับจองเช่าพื้นที่แล้วประมาณ 20% โดยเป็นในส่วนของร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหารและการบริการ ซึ่งใช้งบลงทุนประมาณ 80 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงกลางปี หรือไม่เกินไตรมาส 3/2569

      มิติ 2 สาธารณูปโภค บริษัทให้ความสำคัญในเรื่องสาธารณูปโภค ทรัพยากรน้ำและไฟ โดยเฉพาะเรื่องน้ำ บริษัทได้วางแผนงานระยะยาว เพื่อซับพอร์ตน้ำให้พอกับปริมาณการใช้ของลูกค้า ด้วยจุดแข็งด้านพื้นที่ที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น บริษัทจึงมุ่งขุดบ่อกักเก็บน้ำดิบและขายน้ำประปาเอง สร้างความยั่งยืนและมั่นใจของลูกค้าในนิคม ดังนั้นเรื่องทรัพยากรน้ำจึงถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของนิคมอุตสาหกรรมเอเพ็กซ์ กรีน

      ปัจจุบันบริษัทมีบ่อน้ำดิบ 3 บ่อ ซึ่งมาจากการกักเก็บน้ำฝนเป็นหลัก แต่ด้วยปัจจุบันลูกค้าที่มาติดต่อมีความต้องการใช้น้ำในปริมาณมากขึ้น บริษัทจึงมีแผนที่จะขุดบ่อกักเก็บน้ำเพิ่มอีกอย่างน้อย 4 บ่อ ซึ่งอยู่ในแผนการพัฒนาน้ำระยะยาว 5-10 ปีอยู่แล้วด้วย ด้วยงบประมาณไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ทั้งนี้ ในสิ้นปี 2569 คาดว่าจะขุดเพิ่มได้อีก 2 บ่อ โดยใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท

      ด้านไฟฟ้า ปัจจุบันการใช้ไฟฟ้าหลักๆ มาจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แต่บริษัทยังมีไฟฟ้าทางเลือกเป็นโซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar) ที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าขนาด 32 เมกะวัตต์ (MW) จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าขนาด 8 เมกะวัตต์ (MW) และในอนาคตต่อไปคาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าให้มากยิ่งขึ้นไปอีก

      มิติ 3 : ด้านสิ่งแวดล้อม นิคมมีระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง ระบบตรวจวัดอากาศ ที่ได้มาตรฐาน มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน และโปรเจคโซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar) ซึ่งอนาคตส่วนนี้จะเข้าข่ายในเรื่องของคาร์บอนเครดิต เป็นเรื่องที่ลูกค้าหลายๆ รายให้ความสำคัญ และบริษัทเองได้ให้ความสำคัญในด้านนี้มาโดยตลอด

      อีกทั้ง ปัจจุบันบริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาข้อกำหนดของมาตรฐานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization : CFO) ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รวมทั้ง เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

     “สำหรับ 3 มิติหลักที่กล่าวไปนั้น ถือเป็นนโยบายหลักที่เราได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2569 เราจะมุ่งเน้นที่มิติ 1 เป็นหลัก โดยเราให้ความสำคัญในด้านที่อยู่อาศัย และพยายามที่จะพัฒนานิคมอุตสาหกรรมของเราให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีแก่คนที่อาศัยอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมของเรา พร้อมทั้ง มุ่งมั่นสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า เนื่องจากเราเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นมาใหม่

      ดังนั้นการสร้างคอมมูนิตี้ มอลล์ และอาคารที่อยู่อาศัย ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเมืองขนาดย่อม ทั้งนี้ นอกเหนือจากเราแล้ว ชาวบ้านและผู้ประกอบการรายย่อยที่อยู่โดยรอบ ก็จะได้อนิสงค์ในจุดนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งส่วนนี้จะช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน และสามารถดึงดูดผู้คนให้เข้ามามากยิ่งขึ้นในอนาคต” คุณณัชฐปกรณ์กล่าว

      สำหรับเป้าหมายการเติบโตของบริษัทในปีนี้ ซึ่งปัจจุบันบริษัทขายพื้นที่ไปแล้ว 60% ดังนั้นภายในปี 2569  บริษัทจึงได้วางเป้าหมายการขายที่ดินจาก 60% เพิ่มเป็น 80% โดยเน้นเจาะกลุ่มตลาดที่มีความตื่นตัว และเป็นกระแสในปัจจุบัน เช่น เทคโนโลยี AI และ Data Center ซึ่งจะให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่มนี้เป็นหลัก ถึงแม้ในปี 2568 จะมีลูกค้าเข้ามาลงทุนในในประเทศไทยน้อยลง แต่กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใหม่ประมาณ 70% คือ กลุ่ม Data Center และเทคโนโลยี AI

      ด้านรายได้รวมบริษัทตั้งเป้าเติบโต 20% จากปี 2568 ถึงแม้รายได้จากการขายที่ดินอาจจะชะลอตัว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในด้านสาธารณูปโภคที่พร้อมมากยิ่งขึ้น และลูกค้าเริ่มเปิดไลน์ผลิตจึงหันมาใช้สาธารณูปโภคเพิ่ม คาดว่าจะช่วยหนุนรายได้ในส่วนนี้ส่งผลให้มีความมั่นใจว่าในปี 2569 จะทำได้ตามเป้า

      คุณณัชฐปกรณ์กล่าวต่อถึงผลตอบรับจากลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมเอเพ็กซ์ กรีนว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้มีการสอบถามความคิดเห็นจากลูกค้า โดยเฉลี่ยแล้วได้ประมาณ 95 คะแนน จากผลการประเมินในภาพรวมของลูกค้า ซึ่งจะมีการประเมินตามหัวข้อต่างๆ เช่น ทัศนคติที่ดี การสื่อสาร และความสามารถของเจ้าหน้าที่ เป็นต้น โดยในส่วนนี้ต้องให้เครดิตไปยังทีมงานที่ให้ความทุ่มเท และใส่ใจกับการทำงาน เนื่องจากว่าลูกค้าปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นในกลุ่มประเทศจีน และทีมงานของบริษัทสามารถสื่อสารภาษาจีนได้เป็นอย่างดี

      อีกทั้ง บริษัทยังมีการอบรม พูดคุยเรื่องมารยาทอยู่เสมอ รวมไปถึง การแก้ไขปัญหาที่หน้างานของฝ่ายปฏิบัติการ ซึ่งมีการทำงานที่รวดเร็วแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าอย่างทันท่วงที รวมทั้ง ยังมีการสื่อสารที่สม่ำเสมอ และอาศัยการพูดคุยกันเป็นประจำ ซึ่งส่วนนี้ช่วยทำให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น โดยทั้งหมดนี้ถือเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยสร้างความประทับใจแก่ลูกค้า และส่งผลให้บริษัทได้รับคะแนนจากการประเมินในเกณฑ์ที่น่าพึงพอใจ

      นอกจากนี้ บริษัทยังได้ผ่านการรับรองมาตรฐานในด้านต่างๆ ที่ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า ได้แก่ มาตรฐาน ISO 14001 และมาตรฐาน ISO 9001 ขณะเดียวกัน ในอนาคตยังมีแผนที่จะขอการรับรองมาตรฐานอื่นๆ เพิ่มเติม ปัจจุบันได้มีการศึกษาเรื่องของคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) และมาตรฐานที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กำหนด เช่น CFO และ SDGs ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของบริษัทที่ต้องดำเนินการในอนาคต