กิจกรรม CSR ไตรมาส 3 “สานฝัน ปันสุข จากพี่สู่น้อง” ณ ร.ร.วัดหนองสรวง (ถิรอุทิศ) จ.สระบุรี

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive
 

ครบรอบ 14 ปี “บิส โฟกัส” ร่วมส่งมอบโอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียนที่ขาดแคลน

ในโครงการ “สานฝัน ปันสุข จากพี่สู่น้อง” ณ ร.ร.วัดหนองสรวง (ถิรอุทิศ) จ.สระบุรี

          ตลอด 14 ปี นิตยสารบิส โฟกัส กรุ๊ป ได้มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับการให้ความสำคัญ และดูแลสังคมมาอย่างต่อเนื่อง โดยในครั้งนี้ได้เดินหน้าจัดกิจกรรม CSR ไตรมาส 3 ประจำปี 2568 เนื่องในโอกาสครบรอบ 14 ปี ของนิตยสารบิส โฟกัส กรุ๊ป จับมือผู้ประกอบการใจดีร่วมทำความดีต่อเนื่อง มอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้ของเด็กๆ นักเรียน ตามโรงเรียนที่ขาดแคลน ผ่านโครงการ “สานฝัน ปันสุข จากพี่สู่น้อง” ณ โรงเรียนวัดหนองสรวง (ถิรอุทิศ) อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี

คุณสถาพร กุละคำสา ประธานโครงการ CSR ไตรมาส 3

        คุณสถาพร กุละคำสา ประธานโครงการ CSR ไตรมาส 3 ประจำปี 2568 กล่าวว่า ในครั้งนี้นิตยสารบิส โฟกัส กรุ๊ป จัดกิจกรรม CSR โครงการ “สานฝัน ปันสุข จากพี่สู่น้อง” ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการภาคเอกชนหลากหลายบริษัท ร่วมสนับสนุนสิ่งของอุปโภค-บริโภค เพื่อส่งมอบความสุข พร้อมส่งต่อโอกาสให้กับเด็กนักเรียนที่ขาดแคลน โดยครั้งนี้เราได้ไปทำกิจกรรม ณ โรงเรียนวัดหนองสรวง (ถิรอุทิศ) อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี

       สำหรับกิจกรรมสานฝัน ปันสุข จากพี่สู่น้อง เป็นโครงการ CSR ไตรมาส 3 ประจำปี 2568 ที่เกิดจากความตั้งใจของผู้บริหาร และพนักงาน นิตยสารบิส โฟกัส กรุ๊ป ตลอดจนผู้ประกอบการในภาคเอกชนหลายบริษัท ที่ร่วมมือกันเพื่อดำเนินกิจกรรมดังกล่าว อีกทั้ง ยังเป็นการส่งเสริมให้พนักงานของเราได้มีจิตอาสา รู้จักการเสียสละ เรียนรู้ที่จะตอบแทนเพื่อสังคมส่วนรวม และพร้อมยกระดับโครงการเพื่อสังคมของเราให้ขยายสู่ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

       อีกทั้ง เรายังได้มองเห็นถึงคุณค่าความสำคัญในการหยิบยื่นโอกาสให้กับสถาบันการศึกษา ทั้งในรูปแบบการบริจาคเงิน สิ่งของ และการให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ นำมาซึ่งความหวัง และโอกาสที่ดีแก่เด็กและเยาวชน ดังนั้นนิตยสารบิส โฟกัส กรุ๊ป และผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมต่างๆ จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในสังคมที่จะร่วมเสริมสร้าง และเติมเต็มช่องว่างในสังคมที่ขาดหายไป รวมทั้ง การช่วยลดปัญหาต่างๆ และพัฒนาสังคมให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้ง เป็นส่วนช่วยในการที่จะยกระดับโอกาสของเด็กนักเรียนที่ขาดแคลน ให้เข้าถึงการศึกษาได้อย่างเสมอภาคกับเด็กกลุ่มอื่นๆ

      โดยในครั้งนี้ เราได้ทำการจัดเตรียมอุปกรณ์การเรียน และสิ่งของอุปโภค-บริโภค เพื่อนำมามอบให้แก่โรงเรียนวัดหนองสรวง (ถิรอุทิศ) อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี อาทิ อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา เครื่องนุ่งห่ม อาหาร น้ำดื่ม ยาเวชภัณฑ์ และสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นต้น

      “สำหรับกิจกรรม CSR ในโครงการสานฝัน ปันสุข จากพี่สู่น้อง ถือเป็นหนึ่งในโครงการตามนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมใน 3 ด้านหลักของเรา คือ ด้านการศึกษา ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่ทางนิตยสารบิส โฟกัส กรุ๊ป ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา โดยได้รับร่วมมือกับผู้ประกอบการใจดีจากหลากหลายธุรกิจ ร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ เพื่อส่งเสริมเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้ได้มีโอกาสทางด้านการศึกษา พัฒนาความรู้ ความสามารถ และเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ ผลักดันการพัฒนาของประเทศต่อไป” คุณสถาพรกล่าว

คุณวันทนา ปั้นวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองสรวง (ถิรอุทิศ)

      คุณวันทนา ปั้นวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองสรวง (ถิรอุทิศ) กล่าวถึงการที่นิตยสารบิส โฟกัส กรุ๊ป เข้าไปดำเนินกิจกรรม CSR ในโครงการ “สานฝัน ปันสุข จากพี่สู่น้อง” ว่า ก่อนอื่นเราต้องขอขอบพระคุณที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งโรงเรียนขนาดเล็กก็ถือได้ว่าเป็นโรงเรียนที่ด้อยโอกาส และด้อยงบประมาณ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการประสานงานมายังโรงเรียน เนื่องจากทางโรงเรียนได้มีการลงข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ เรื่องการขอรับความช่วยเหลือทั้งในแง่ของงบประมาณ ทุนการศึกษา รวมถึง สิ่งของต่างๆ และไม่ได้คาดคิดว่าจะมีคนมองเห็น ดังนั้นจึงดีใจเป็นอย่างมาก

     อีกทั้ง ไม่เพียงแค่ตนเท่านั้นที่มีความดีใจ แต่บุคลากรทุกท่านและเด็กนักเรียนทุกๆ คน ก็ดีใจมากเช่นเดียวกัน เนื่องจากไม่ค่อยมีใครใส่ใจหรือให้ความสนใจในโรงเรียนขนาดเล็ก อีกอย่างทั่วทั้งประเทศมีโรงเรียนขนาดเล็กอยู่หลายแห่ง ดังนั้นจึงถือเป็นโอกาสอันดีที่นิตยสารบิส โฟกัส มีความเมตตาเลือกมาดำเนินโครงการ CSR ณ โรงเรียนวัดหนองสรวง (ถิรอุทิศ)

     โดยนิตยสารบิส โฟกัส นับเป็นเอกชนรายแรกที่เลือกเข้ามาดำเนินกิจกรรม CSR กับทางโรงเรียน เพราะส่วนใหญ่จะเป็นโรงเรียนไปดำเนินการขอความช่วยเหลือตามบริษัทต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง หรือพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมหนองแค เช่น ขอสีเพื่อใช้ทาสนามเด็กเล่น หรือป้ายต่างๆ ขอข้าวสาร และขอกระบอกน้ำให้แก่เด็กนักเรียน อย่างไรก็ตาม โรงเรียนไม่ได้มีการขอความช่วยเหลือบ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งก็นำมาดำเนินการจริงๆ พร้อมรายงานผลเสมอ นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของร้านทอง นักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ ที่ได้ให้ความช่วยเหลือทุกครั้งเมื่อโรงเรียนขอไป

ภาพกิจกรรมที่ 1

ภาพกิจกรรมที่ 2

    “เรามองว่าการทำ CSR เป็นเหมือนการดูแลช่วยเหลือโรงเรียน หรือหน่วยงานที่มีความขาดแคลน เพื่อแบ่งเบาและอำนวยความสะดวกให้ในหลายๆ ด้าน จริงๆ ตนอยากให้การทำ CSR อยู่คู่กับโรงเรียนไปเลย ถือเป็นการทำบุญอีกรูปแบบหนึ่ง เมื่อได้มาบริจาค ไม่ว่าจะเป็น ในแง่ของทุน หรือสิ่งของ รับรองได้ว่าเห็นผลและเกิดประโยชน์อย่างแน่นอน ไม่จำเป็นต้องมีจำนวนมาก แค่หยิบยื่นให้เราเพียงเล็กน้อย เด็กๆ ก็ดีใจมากแล้ว อีกทั้ง โรงเรียนเราก็ได้มอบให้กับเด็กจริงๆ ไม่มีเก็บไว้ เช่น คุณให้ทุนเรามา 100 บาท เราก็ให้เด็กทั้ง 100 บาท” คุณวันทนากล่าว

      คุณวันทนากล่าวต่อว่า โรงเรียนวัดหนองสรวง (ถิรอุทิศ) เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ (ธรณีสงฆ์) เริ่มแรกได้พระครูหลวงพ่อถิรเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียน ตั้งแต่ปี 2480 ปัจจุบันนับเป็นเวลากว่า 80 ปีมาแล้ว เดิมจะมีเพียง 1 อาคารเรียนเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 อาคาร ประกอบด้วย 1.ห้องสมุด (อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง) 2.โรงอาหาร 3.อาคารเรียนหลังเก่า เป็นอาคารโครงสร้างไม้ผสมปูน ชั้นบนเป็นไม้ใช้งานไม่ได้แล้ว เหลือเพียงชั้นล่างที่ใช้งานได้อยู่ และ 4.อาคารเรียนหลังใหม่ ใช้ทำการเรียนการสอนในหลายห้อง ตั้งแต่ชั้นประถามศึกษาปีที่ 3-6 ห้องธุรการ และห้องประชุม

     โดยในปัจจุบันมีนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนโดยรวมประมาณ 50 คน และบุคลากรทั้งหมด 9 คน แบ่งเป็น ผู้อำนวยการ 1 คน, คุณครู 6 คน, ธุรการ 1 คน และนักการภารโรง 1 คน ซึ่งโรงเรียนวัดหนองสรวง (ถิรอุทิศ) ได้เปิดทำการเรียนการสอนในรูปแบบปกติ ตามระเบียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีวิชาการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานตามหลักสูตรทั่วไป

     ขณะเดียวกัน โรงเรียนได้เพิ่มการเรียนรู้ด้านอื่นๆ เข้ามา ในรูปแบบวิชาเสริมหรือชุมนุม เช่น ชุมนุมเกี่ยวกับอาหาร / อย. น้อย และชุมนุมเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง อีกทั้ง เราได้มีการนำนักเรียนทำแปลงปลูกผัก สอนให้เด็กๆ นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการปลูกผัก ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการเก็บเกี่ยว พอเก็บมาแล้วก็ได้แจกจ่ายให้แก่เด็กนักเรียนนำกลับบ้าน เนื่องจากยังไม่ได้เป็นกิจจะลักษณะ จึงไม่เพียงพอที่จะนำไปขาย

     สำหรับเด็กนักเรียนที่เข้ามาเรียนส่วนใหญ่จะเป็นลูกๆ หลานๆ ของชาวบ้านที่อาศัยอยู่หมู่บ้านโดยรอบโรงเรียน โดยปกติจะมีมาจากหมู่ 4 และหมู่ 7 ของตำบลหนองสรวงที่เข้ามาเรียน แต่หลังๆ มามีนักเรียนจากหมู่ 8 ตำบลวิหารแดงเข้ามาเรียนด้วย จริงๆ แล้ว เมื่อก่อนเด็กๆ เข้ามาเรียนเยอะมีประมาณกว่า 100 คน แต่ตนพึ่งเข้ามาเป็นผู้อำนวยการ ทั้งนี้ จากการสอบถามเนื่องจากโรงเรียนตั้งอยู่ใกล้ๆ กับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จํากัด (มหาชน) ดังนั้นจึงมีลูกหลานของพนักงานอิตาเลียนไทยมาเรียนจำนวนมาก แต่เมื่อไม่นานมานี้อิตาเลียนไทยมีบริการรับส่งเด็กนักเรียนไปยังอีกโรงเรียนหนึ่งในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นจำนวนเด็กนักเรียนจึงลดน้อยลงไป

     อีกทั้ง การที่จำนวนนักเรียนลดน้อยลง ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหา เนื่องจากผู้อำนวยการทุกโรงเรียนจะมีความกังวลเกี่ยวกับจำนวนนักเรียนอยู่แล้ว เพราะจำนวนลดน้อยลงดังนั้นงบประมาณที่จะได้รับการจัดสรรมาก็น้อยลงตามเช่นเดียวกัน โดยงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจะนำไปใช้กับกิจกรรมทัศนศึกษา และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการพัฒนาเด็กๆ โดยตรง ดังนั้นจึงทำให้มีงบประมาณไม่เพียงพอในการปรับปรุงสถานที่ของโรงเรียน จึงมีการหางบประมาณจากที่อื่น ไม่ว่าจะเป็น การรับบริจาค หรือจัดทำผ้าป่า เป็นต้น

     นอกจากงบประมาณที่ได้รับจะลดน้อยลงแล้ว ในส่วนของคุณครูก็ไม่ได้รับการจัดสรรเช่นเดียวกัน คุณครูที่มีอยู่ไม่ครบตามจำนวนชั้นเรียน เช่น ครู 1 คน สอนเด็กๆ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-2 ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนได้จ้างคุณครูเพิ่มอีก 1 คน โดยใช้เงินผ้าป่า เดือนละ 9,000 บาท

     นอกจากนี้ เนื่องจากโรงเรียนเรามีเด็กๆ ที่ค่อนข้างฐานะยากจน ครอบครัวแยกทางกัน หากมีหน่วยงานหรือบริษัทไหนกำลังมองหาสถานที่ในการจัดทำโครงการด้าน CSR หรือโครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อยากให้ช่วยมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กๆ นักเรียนของเรา ท่านสามารถมอบได้เองโดยที่ไม่ต้องผ่านโรงเรียนก็ได้

     อีกทั้ง ทางโรงเรียนยังมีความต้องการในส่วนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันมีทั้งหมด 12 เครื่อง แต่ใช้ได้เต็มที่เพียง 8 เครื่องเท่านั้น ส่วนที่เหลือเนื่องจากมีการใช้งานมานานจึงทำให้ชำรุดใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ รวมไปถึง TV ที่มีขนาดที่เล็กเกินไป เด็กๆ ต้องเพ่งดูทำให้ไม่เป็นผลดีต่อดวงตา โดยส่วนนี้ได้รับการแนะนำจากการดำเนินการนิเทศภายในสถานศึกษา แต่เนื่องจากโรงเรียนยังไม่มีงบประมาณจึงยังไม่ได้เปลี่ยน

     “งบประมาณถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อน และพัฒนาโรงเรียนของเรา อย่างไรก็ตาม เมื่อตนได้เข้ามาเป็นผู้อำนวยการเมื่อไม่นานประมาณ 1 ปีกว่า ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันในด้านอาคารสถานที่ถือว่าครอบคลุมการใช้งาน มีเพียงห้องสมุดที่กำลังดำเนินการ จึงอยากได้รับการสนับสนุนในส่วนนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นปริมาณที่มาก เพียงแค่หลักร้อย หลักพัน เราพร้อมขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

      สุดท้ายอยากขอเรียนเชิญทุกท่านที่มีความเมตตากับเด็กๆ โรงเรียนขนาดเล็กที่มีขาดแคลนทุนทรัพย์ และด้อยโอกาส จึงอยากเชิญท่านผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน และบริษัททั้งหลายที่เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนา และผลักดันเด็กๆ นักเรียนให้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้า เข้ามาช่วยกันสนับสนุนโรงเรียนขนาดเล็ก ถึงแม้จะไม่ใช่เงินทองแต่เป็นสิ่งของก็ได้เช่นกัน โดยเด็กๆ รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาที่ได้รับการช่วยเหลือจากบริษัทต่างๆ” คุณวันทนากล่าวทิ้งท้าย