Biz Focus Industry Issue 067, August 2018

Biz Focus Industry Issue 067, August 2018

อินทีเกรท ซีเคียวริตี้ตั้งเป้ารายได้พุ่ง 100 ลบ.

“อินทีเกรท ซีเคียวริตี้” ประกาศศักยภาพ เล็งรายได้รวมปีนี้แตะ 100 ลบ. เติบโตเพิ่ม 35% หนุนสร้างความมั่นคงให้กับองค์กรและพนักงาน มั่นใจตัวเลขไม่พลาดเป้า ด้วยแผนการขยายธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ชูจุดเด่นทีมบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ บวกการติดตั้งตามมาตรฐานสากลตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างลงตัว พร้อมมุ่งมั่นเข้าสู่ระบบ ISO 9001  เสริมแกร่งบุก ECC และตลาดต่างประเทศ คาดได้รับการรับรองตุลาคมนี้


คุณสาธิต วรธนารัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินทีเกรท ซีเคียวริตี้ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ดำเนินธุรกิจนำเข้าอุปกรณ์ดับเพลิงป้องกันเพลิงไหม้ เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมในปี 2561 ไว้ที่ประมาณ 100 ล้านบาท หรือเติบโตเพิ่ม 35% จากปี 2560 ที่สร้างรายได้ 60 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการขยายธุรกิจ รวมทั้งเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับองค์กร

คุณสาธิต วรธนารัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินทีเกรท ซีเคียวริตี้ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด

 สำหรับเป้ารายได้ดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ท้าทายบริษัทเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามบริษัทมีความมั่นใจว่าจะสามารถทำรายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน เนื่องจาก บริษัทมีแผนการรองรับการเติบโตดังกล่าวที่มีประสิทธิภาพไว้เป็นอย่างดี ประกอบด้วย การขยายอาคารสำนักงานและอาคารจัดเก็บสินค้าเพื่อรองรับการประกอบสินค้า ซึ่งจะจัดเก็บสินค้าได้เพิ่มอีก 3 เท่าตัว อีกทั้ง ยังมีการเพิ่มบริการใหม่ คือ การนำเสนอโซลูชั่นระบบดับเพลิงป้องกันไฟไหม้ให้กับลูกค้าให้ อาทิ การให้บริการต่างๆ โดยเริ่มตั้งแต่การสำรวจ ออกแบบ ให้คำแนะนำ จำหน่าย ติดตั้ง พร้อมกับบริการดูแลลูกค้าหลังการขาย เป็นต้น

บริษัทได้เริ่มดำเนินธุรกิจโดยนำเข้าระบบดับเพลิงด้วยแก็สที่เรียกว่าสารสะอาดซึ่งเป็น Clean Agent เมื่อเกิดไฟไหม้ระบบจะฉีดน้ำยาออกมาเพื่อดับเพลิงไหม้โดยอัตโนมัติ โดยไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้และแผงวงจรควบคุมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จึงนิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง ในปัจจุบันสาร CLEAN AGENT ที่ใช้ดับเพลิงมีด้วยกันหลายชนิดในยุคแรกๆจะใช้สาร FM200 และ Inert gas ซึ่งระบบ FM200 ได้ติดตั้งเป็นที่แรกในประเทศไทย ที่ศูนย์ Flight Simulator บริษัทการบินไทยจำกัดมหาชน สำนักงานใหญ่วิภาวดี เมื่อปลายปี 2536 ประมาณ 25 ปีที่แล้ว จากนั้นมีการใช้งานอย่างกว้างขวางจากการเจริญเติบโตทางด้าน IT และ DATA Center

ปัจจุบันบริษัทมีการนำเข้าสาร Clean Agent หลายชนิดเข่น FM200, NOVEC1230 และ NAF S125 เมื่อระบบมีการใช้งานฉีดแก๊สไปแล้วสามารถนำมาเติมแก๊สใหม่ได้ ขณะที่นำมาเติม บริษัทมีถังสำรองไปติดตั้งให้ลูกค้าใข้ก่อนเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนี้บริษัทยังมีการนำสินค้าใหม่เข้ามาจำหน่ายภายในประเทศ คือ ผ้าม่านกันไฟไหม้ ( Smoke&Fire Curtain ) ภายใต้แบรนด์สินค้า “BLE” จากประเทศอังกฤษ โดยมีคุณสมบัติไม่ติดไฟในกรณีที่เกิดเหตุไฟไหม้สามารถต้านไฟไหม้ได้ 1-2 ชั่วโมง ซึ่งมากพอที่จะชะลอการขยายตัวของไฟและกลุ่มควันดำไม่ให้ลุกลามไปในพื้นที่ปลอดภัยเพื่อให้คนอพยพได้ทัน และให้พนักงานดับเพลิงเข้ามากู้สถานการณ์ได้

โดยวิธีนี้จะช่วยลดความเสียหายจากการเกิดไฟไหม้ได้ และจะเป็นการเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของลูกค้าได้อย่างคุ้มค่า ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีของโรงงานอุตสาหกรรม Fire Curtain สามารถใช้แยกโซนพื้นที่อันตรายออกไปได้ เช่น บริเวณเก็บสารเคมี สารไวไฟเช่นทินเนอร์ สาร Solvent ต่างๆ ซึ่งเป็นสารไวไฟเวลาไฟไหม้จะขยายตัวเร็วมากแต่จะถูกกั้นด้วยม่านกันไฟที่ทนความร้อนได้ 2 ชั่วโมงความเสียหายจะถูกจำกัดในพื้นที่บางส่วนเท่านั้น 

ปัจจุบันทางโรงพยาบาลชั้นนำมีใช้ระบบ Smoke &Fire Curtain เช่นกัน ซึ่งกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ในโรงพยาบาลผ้าม่านกันไฟไหม้จะตกลงมาโดยอัตโนมัติ เพื่อแยกพื้นที่ออกจากกันเพื่อให้มีช่องทางหนีไฟซึ่งออกแบบให้มี Escape Route ดังนั้นจึงอพยพคนไข้และเจ้าหน้าที่ให้ออกมาจากพื้นที่เสี่ยงภัยได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย สำหรับอุปกรณ์ของ BLE จะนำเข้าจากต่างประเทศทั้งชุด ซึ่งการออกแบบจะเป็นไปตามมาตรฐาน NFPA และอุปกรณ์ได้รับการรับรองมาตรฐาน UL ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี

“ในปีนี้เราได้เล็งเห็นว่าเรามีความพร้อมในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมของพนักงานในด้านความรู้ความเชี่ยวชาญและทักษะการทำงานที่มีประสิทธิภาพ เราได้ตระหนักคำนึงถึงความรับผิดชอบที่จะต้องดูและและให้บริการลูกค้าอย่างดีที่สุด เราคงยังมีการพัฒนาทีมงานอีกอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง เรายังมีการขยายอาคารสำนักงานและมีอาคารจัดเก็บสินค้าแห่งใหม่ ที่มีพื้นที่พร้อมจะรองรับสินค้าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสามารถขับเคลื่อนให้องค์กรของเราเติบโตไปได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง

เรามองว่าพนักงานทุกคนได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจและทำงานร่วมกับบริษัทมาอย่างยาวนาน ดังนั้น การขยายธุรกิจในครั้งนี้จะช่วยให้พนักงานของเราสามารถเติบโต และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำให้พนักงานเหล่านี้มีความภาคภูมิใจที่ได้ทำงานกับองค์กร และถือเป็นการประสบความสำเร็จไปพร้อมๆ กับองค์กรได้อย่างยั่งยืน” คุณสาธิตกล่าว

ทั้งนี้ บริษัทคาดการณ์ว่าเป้ารายได้เบื้องต้น 100 ล้านบาท จะมาจากรายได้ในส่วนของการขายโซลูชั่นระบบดับเพลิงให้กับลูกค้า 70% ส่วนที่เหลืออีก 30% จะมาจากรายได้การจำหน่ายผ้าม่านกันไฟและอุปกรณ์อื่น โดยมีการให้บริการภายใต้คอนเซปต์ Integrated Security Engineering Fire Protection Solution

คุณสาธิต กล่าวต่อว่า นอกเหนือจากการขายธุรกิจและนำเข้าสินค้าใหม่แล้ว บริษัทยังอยู่ระหว่างการขอรับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 : 2015 เพื่อเป็นการพัฒนากระบวนการทำงาน และพัฒนาองค์กรให้มีคุณภาพตามหลักมาตรฐานสากล ซึ่งล่าสุดได้จัดอบรมให้พนักงานมีความพร้อมในการจัดเตรียมเอกสาร คาดว่าจะได้รับการรับรองภายในเดือนตุลาคม 2561 นี้

โดยมาตรฐานดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์โดยให้ความมั่นใจกับลูกค้าและเป็นผลดีกับบริษัท ในการขยายตลาดไปยังโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC และกลุ่มประเทศ CLMV เนื่องจาก บริษัทเล็งเห็นว่า กลุ่มประเทศดังกล่าวยังมีโอกาสและช่องว่างทางการตลาดอีกมาก อีกทั้งยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีความต้องการใช้ระบบป้องกันเพลิงไหม้ ที่มีความทันสมัยและมีมาตรฐานสูงซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

สำหรับจุดเด่นที่ทำให้บริษัทได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้ามาอย่างยาวนาน คือ บริษัททำงานบนพื้นฐานของวิศวกรรมที่ดี มีทีมบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการทำงานเป็นอย่างมาก รวมทั้ง ยึดหลักความถูกต้อง การติดตั้งระบบและอุปกรณ์ต่างๆ ตามมาตรฐานสากล และยังคงทำเช่นนั้นต่อไปอีกยาวนาน เมื่อลูกค้ามีการลงทุนแล้วเขาควรได้ระบบทีดีในการใช้งานที่คุ้มค่า มีลูกค้าหลายรายเกิดเหตุเพลิงไหม้แล้วระบบของบริษัทสามารถดับไฟได้ นี่คือความภูมิใจและคืองานของบริษัท

ขณะเดียวกัน ตนซึ่งอยู่ในฐานะของผู้บริหารยังมีประสบการณ์ในการทำงานมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี พร้อมทั้งยังเป็นผู้เริ่มต้นทำธุรกิจด้วยตนเองจึงมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการทำงาน การบริหาร การทำตลาด และการเงินเป็นอย่างดี และพร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน

สำหรับสินค้าของบริษัทที่เลือกมาจำหน่ายจะมีมาตรฐานสูง คือ เป็นสินค้าเกรด A เช่น ระบบดับเพลิง NOVEC1230 , FM200 ,CO2 ของ Kidde Fire Systems ประเทศอเมริกา, อุปกรณ์ตรวจจับก่อนเพลิงไหม้ CIRRUS PRO ใช้เทคโนโลยี่ที่ดีที่สุดในการตรวจจับไฟไหม้ คือ Cloud Chamber สามารถจับได้ก่อนเกิดไฟไหม้ของประเทศอังกฤษ, ม่านกันไฟไหม้ Smoke & Fire Curtain –BLE ประเทศอังกฤษและอุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ Notifier USA , Hochiki Japan และ อื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่ได้ตามมาตรฐาน UL FM.   

“ปัจจุบันระบบป้องกันไฟไหม้ถือเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งมีผู้ประกอบการชั้นนำเป็นจำนวนมากต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันชีวิตทรัพย์สินและธุรกิจไม่ให้เกิดความเสียหาย เพราะเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้นอกจากจะสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจแล้ว ยังต้องเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายเรื่องประกันภัยอื่นๆ อีกหลายอย่าง ทั้งยังทำให้ธุรกิจต้องหยุดชะงักไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ หรือบางรายอาจต้องปิดกิจการไปในที่สุด ที่ผ่านมาระบบป้องกันไฟไหม้ของเราที่ติดตั้งให้กับลูกค้า สามารถป้องกันเหตุการณ์เหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้เราได้ความเชื่อมั่นมาอย่างต่อเนื่อง” คุณสาธิตกล่าว

คุณสาธิต กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน กลุ่มลูกค้าของบริษัทจะอยู่ในโซนกรุงเทพมหานครและภาคกลางเป็นหลัก ส่วนรองลงมาคือ ภาคตะวันออก ภาคเหนือ และภาคใต้ตามลำดับ ซึ่งในอนาคตหากสินค้าของบริษัทได้รับการตอบรับที่ดีและเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น บริษัทยังพร้อมที่จะเพิ่มบุคลากรเพื่อรองรับต่อการให้บริการกับลูกค้าที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น

สำหรับหลักการบริหารองค์กร บริษัทจะเน้นการสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานเพื่อไม่ให้เกิดความเครียดในระหว่างการทำงาน อีกทั้ง ยังมุ่งส่งเสริมให้พนักงานได้เข้ารับการอบรมเพื่อเพิ่มทักษะและความรู้ในสาขางานที่ตนรับผิดชอบ และนำความรู้เหล่านั้นมาพัฒนางานและสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คุณสาธิต วรธนารัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินทีเกรท ซีเคียวริตี้ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด

ด้านการแนวโน้มของธุรกิจในปีนี้ ตนมองว่า แม้ว่าเศรษฐกิจจะยังคงทรงตัวแต่บริษัทยังคงสามารถเติบโตไปได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีฐานลูกค้าเดิมที่ยังให้ความเชื่อมั่นและใช้บริการกับบริษัทด้วยดีเสมอมา อีกทั้งบริษัทยังเพิ่มการทำตลาดโดยการเข้าหาลูกค้าใหม่ ประกอบกับ การได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 : 2015 ที่จะถึงในเดือนตุลาคมนี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ส่วนสิ่งที่อยากจะฝากถึงภาครัฐ ตนอยากให้ภาครัฐเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการลงทุนจริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะ EEC จะเป็นความหวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เกิดการขยายตัวอีกมากทีเดียว ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจะมีการลงทุนเพิ่มในโครงการต่างๆอีกมาก จะเกิดการจ้างงานประชาชนมีรายได้สูงขึ้น หนี้ภาคครัวเรือนจะได้ลดลง และความสุขของประชาชนจะกลับคืนมา

Date

04 October 2018

Tags

cover 2018

Page Visitor

032188445
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
48843
59281
329694
164680
1659375
32188445
Your IP: 54.165.57.161
2021-12-03 20:26