BizFocus

BizFocus

ทันยุค ทันสมัย หัวใจธุรกิจ บิสโฟกัส

EPG ร่วมโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ

ด้วยจังหวัดระยอง ได้จัดกิจกรรมภายใต้โครงการ “ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา ขึ้น โดยมี นายธีรวัฒน์ สุดสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง (ที่ 7 จากขวา) เป็นประธานในพิธี กิจกรรมดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานในจังหวัดระยอง บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ (EPG) นำโดย ดร.ภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ที่ 6 จากขวา) ได้นำคณะผู้บริหารและพนักงาน กว่า 100 คน เข้าร่วมปลูกกล้าไม้ยืนต้น จำนวน 2,000 ตัน เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพผืนป่าร่วมกับชุมชมพื้นที่ใกล้เคียง ณ เขาจอมแห จังหวัดระยอง เมื่อเร็วๆ นี้

Aeroflex คว้ารางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกยอดเยี่ยม PM Award 2018 ครั้งที่ 27

นางปิยณี วิทูรปกรณ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายขายและการตลาดต่างประเทศ บริษัท แอร์โรเฟลกซ์ จำกัด หรือ Aeroflex บริษัทย่อยของ บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG เข้ารับรางวัลจาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่นประจำปี 2561 ครั้งที่ 27 (PRIME MINISTER’S EXPORT AWARD 2018) โดยในปีนี้ Aeroflex ได้รับรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกยอดเยี่ยม (Best Exporter) ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกสินค้าและบริการที่มีผลงานคุณภาพและมาตรฐานระดับประเทศ ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเร็วๆ นี้

กรมควบคุมโรค คว้า 9 รางวัลผลงานคุณภาพ ประจำปี พ.ศ. 2561

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้รับรางวัลผลงานคุณภาพ ประจำปี พ.ศ.2561 จำนวน 9 รางวัล จากสำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งเป็นรางวัลระดับประเทศ และถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้กับส่วนราชการต่างๆ ที่มีผลการพัฒนาคุณภาพการให้บริการ เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม และเป็นที่พึงพอใจ  พร้อมเผยปีนี้กรมควบคุมโรค ได้รับรางวัล PMQA รายหมวดครบทุกหมวด ซึ่งเป็นส่วนราชการที่ 2 ของประเทศที่ได้รับรางวัลนี้ 

ที่เมืองทองธานี นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วยผู้บริหารจากกรมควบคุมโรค  รับรางวัลผลงานคุณภาพ ประจำปี พ.ศ.2561 โดยมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้มอบรางวัล  ซึ่งทุกๆ ปี สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ได้มอบรางวัลผลงานคุณภาพแก่หน่วยงานของรัฐ ทั้งส่วนราชการ จังหวัด สถาบันอุดมศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์การมหาชน เพื่อเชิดชูเกียรติ และเป็นขวัญกำลังใจให้แก่หน่วยงานที่มีความโดดเด่นในการพัฒนา หรือปรับปรุงบริการจนสามารถตอบสนองและสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้รับบริการ

สำหรับในปี พ.ศ. 2561 นี้ กรมควบคุมโรค มีผลงานได้รับการพิจารณารางวัล จำนวน 9 เรื่อง แบ่งตามประเภทรางวัล ดังนี้ 1. รางวัลเลิศรัฐ จำนวน 1 รางวัล ซึ่งเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศที่มอบให้หน่วยงานที่ได้มุ่งมั่นปฏิบัติราชการจนประสบความสำเร็จ มีความเป็นเลิศแห่งหน่วยงานรัฐทั้งปวง โดยหน่วยงานที่จะได้รับรางวัลเลิศรัฐ จะต้องได้รับรางวัลทั้ง 3 สาขา ระดับดีเด่น  ประกอบกอบด้วย 1) สาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐรายหมวด  2) สาขาบริการภาครัฐแห่งชาติ 3) สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม 2. รางวัลเลิศรัฐ สาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐรายหมวด จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ หมวด 5 ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลใหญ่ภาพรวม มีส่วนราชการที่ได้รับรางวัลนี้เพียง 5 หน่วยงาน  โดยที่ผ่านมา กรมควบคุมโรคได้ดำเนินการโดยใช้เครื่องมือ PMQA มาใช้ในการบริหารจัดการองค์กร  และส่งรับรางวัล PMQA รายหมวดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ ปี พ.ศ.2557 - ปัจจุบันจนครบทุกหมวด ซึ่งเป็นส่วนราชการที่ 2 ของประเทศ

3. รางวัลเลิศรัฐ สาขาบริการภาครัฐแห่งชาติ จำนวน 6 รางวัล โดยมีผลงานที่ได้รับรางวัล ระดับดีเด่น 1 ผลงาน ได้แก่ ประเภทการบริการที่เป็นเลิศ “คืนคนสุภาพดี สู่ชุมชน เพื่อทุกคนปลอดภัยจากวัณโรค” ของสำนักวัณโรค ระดับดี 4 ผลงาน ได้แก่ ประเภทนวัตกรรมการบริหาร 1 ผลงาน “รูปแบบการจัดการแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออกในกรุงเทพมหานคร” ของสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ประเภทพัฒนาการบริหาร 3 ผลงาน คือ 1) การพัฒนาระบบคัดกรองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศท่าอากาศดอนเมือง ของสำนักโรคติดต่อทั่วไป  2) การจัดการสุขภาพแบบองค์รวมโดยการมีส่วนร่วมของสถานประกอบการ (Total Worker Health) ของสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม  และ 3) การพัฒนาระบบบันทึกการตรวจสุขาภิบาลยานพาหนะ เพื่อเฝ้าระวังควบคุมโรคติดต่อสำหรับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา  นอกจากนี้ กรมควบคุมโรค ยังได้รับรางวัลพัฒนาคุณภาพการบริการอย่างต่อเนื่องอีก 1 ผลงาน ได้แก่ พัทยารักษ์ : บริการที่เข้าถึง เข้าใจ สู่การพัฒนาการรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เมืองพัทยา ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 จังหวัดชลบุรี

4. รางวัลเลิศรัฐ สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม จำนวน 1 รางวัล ระดับดีเด่น ประเภทรางวัลสัมฤทธิ์ผลประชาชนมีส่วนร่วม (Effective Change) “โครงการดูแลสุขภาพของชุมชนที่เกิดจากปัญหาหมอกควัน : อำเภอบ้างโฮ่ง จังหวัดลำพูน” ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลงานของกรมควบคุมโรค นอกจากแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการให้บริการที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนในระดับประเทศแล้ว ยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน และสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับหน่วยงานอื่น รวมทั้งกระตุ้นให้หน่วยงานมีความมุ่งมั่นและตั้งใจในการทำหน้าที่ให้ดียิ่งขึ้น ต่อไป

"เฮิร์ซ" จับมือ "ไชลีส" ให้บริการรถเช่าในไต้หวัน

เฮิร์ซ ขยายการดำเนินงานในเอเชีย ผ่านการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ ไชลีส ผู้ให้บริการรถเช่าชั้นนำของไต้หวัน

บริษัท เฮิร์ซ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ประกาศความร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทไชลีส ออโต้ เรนทัล จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำอุตสาหกรรมรถเช่าในไต้หวันมาตั้งแต่ปี 2520

ด้วยความร่วมมือครั้งใหม่นี้ ลูกค้าที่ใช้บริการรถเช่าแบรนด์เฮิร์ซ, ดอลลาร์ และทริฟตี้ ที่จะเดินทางไปไต้หวันทั้งเพื่อธุรกิจและการท่องเที่ยว จะสามารถเข้าถึงบริการรถเช่าของไชลีสในไต้หวันได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นประเภทรถยนต์ที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย ตลอดจนบริการรถเช่าระยะสั้นและระยะยาว ณ จุดบริการกว่า 19 แห่งของไชลีส ซึ่งจะใช้แบรนด์ร่วมกันกับเฮิร์ซ ในขณะเดียวกัน ลูกค้าของไชลีสที่เดินทางออกจากไต้หวันก็จะสามารถเข้าถึงบริการรถเช่าของเฮิร์ซที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งจะตอบโจทย์ทุกการเดินทางอย่างครอบคลุม

คุณเอียน แมคนีล รองประธาน เฮิร์ซ เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า "ไชลีสมีประสบการณ์สูงในอุตสาหกรรมรถเช่าของไต้หวัน ความร่วมมือครั้งใหม่นี้จะช่วยให้ลูกค้าของเฮิรทซ์, ดอลลาร์ และทริฟตี้ ที่เดินทางไปไต้หวันได้รับบริการรถเช่าคุณภาพสูงและสะดวกสบาย ขณะเดียวกัน เรามุ่งหวังที่จะได้ให้บริการลูกค้าของไชลีสตามจุดบริการของเฮิรทซ์ ดอลลาร์ และทริฟตี้ทั่วโลก"

คุณจัสติน ที. หยาง ประธานบริษัทไชลีส ออโต้ เรนทัล จำกัด กล่าวว่า "ไต้หวันเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยอดนิยมมาตลอด โดยได้ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวมากกว่า 10 ล้านคนต่อปี และเราต้องการให้นักท่องเที่ยวเหล่านี้ได้รับบริการที่สะดวกสบายมากขึ้นและมีรถเช่าพร้อมให้บริการมากขึ้น ไม่ว่าพวกเขาจะเดินทางเพื่อธุรกิจหรือเพื่อการพักผ่อน

"ไชลีสและเฮิรทซ์ต่างก็เป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจในตลาดที่แต่ละแบรนด์ดำเนินธุรกิจอยู่ ความร่วมมือเป็นพันธมิตรในครั้งนี้จะเปิดทางให้เฮิร์ซ, ดอลลาร์ และทริฟตี้ ขยายบริการเข้าสู่ตลาดไต้หวันได้ในทันที ขณะที่ลูกค้าของไชลีสเองก็จะได้รับประโยชน์จากบริการของเฮิรทซ์ที่กระจายอยู่ทั่วโลก"

เพื่อเฉลิมฉลองความร่วมมือครั้งใหม่นี้ บริษัทขอมอบส่วนลดสูงสุด 30% ให้แก่ลูกค้าที่จองรถทางออนไลน์ก่อนวันที่ 30 กันยายน 2561 และเช่ารถภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 ตามสถานที่ให้บริการที่ร่วมรายการในไต้หวัน โดยในช่วงเวลาดังกล่าว ลูกค้าสามารถใช้รหัสส่วนลด 2 แบบ ได้แก่:

  • ลูกค้าที่เช่ารถระยะเวลา 3 - 7 วัน -- ใส่โค้ดโปรโมชั่น (PC #) 204679 เพื่อรับส่วนลด 25%
  • ลูกค้าที่เช่ารถตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป -- ใส่โค้ดโปรโมชั่น (PC #) 204680 เพื่อรับส่วนลด 30%

ดูข้อมูลเพิ่มเติม และจองรถเช่าได้ที่ https://www.hertz.com/rentacar/rental-car-deals/asia-tw-upto30pc  

___________________

Hertz partners with Chailease to bring car rental brands to Taiwan

The Hertz Corporation expands presence in Asia through strategic alliance with Taiwanese car rental leader Chailease

Hertz International Limited has launched a referral partnership with established car rental company, Chailease Auto Rental Co., an industry leader operating in Taiwan since 1977.

Through the new alliance, Hertz, Dollar and Thrifty business and leisure customers travelling to Taiwan will now have access to all of Chailease's rental services in the market. These include a variety of car rental options as well as short and long-term leasing at more than 19 locations, which will be co-branded with Hertz. Chailease customers travelling outbound from Taiwan will be able to access Hertz's full suite of mobility solutions across the globe.

Eoin MacNeill, Vice President, Hertz Asia Pacific, said: "Chailease is highly experienced in the Taiwanese rental industry, and our new partnership will bring convenient, high quality rental solutions to Hertz, Dollar, and Thrifty customers travelling to Taiwan. We also look forward to serving Chailease customers at Hertz, Dollar and Thrifty locations around the world."

Mr Justin T. Yang, Chairman of Chailease Auto Rental Co., Ltd, said: "Taiwan has always been a popular tourist destination, playing host to more than 10 million visitors per year, and we want to make car rental more convenient and available to them, whether they are travelling for business or leisure.

"The Chailease and Hertz brands are both trusted household names in our respective markets. The partnership will provide Hertz, Dollar and Thrifty with an immediate presence in Taiwan and Chailease customers can benefit from Hertz's global footprint."

To celebrate the launch, discounts of up to 30% are available to customers booking online before 30th September 2018, and renting by 30th November 2018, at participating locations in Taiwan. During this period there are two discount codes that customers can enjoy:

  • Customers renting for three days to seven days -- quote promotional code (PC#) 204679 to apply a 25% discount
  • Customers renting for eight days or more -- quote promotional code (PC#) 204680 to apply a 30% discount 

For more information and to book, customers can visit: https://www.hertz.com/rentacar/rental-car-deals/asia-tw-upto30pc  

ICDL Asia จัดเสวนา สร้างทรัพยากรมนุษย์อย่างไรให้แข็งแกร่ง รองรับเศรษฐกิจยุคดิจิทัล
พร้อมประกาศผล ICDL Asia Digital Literacy Day 2018 เตรียมพร้อมกำลังพล คนรุ่นใหม่

  • เทคโนโลยีเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ Thailand 4.0 เกิดขึ้นได้
  • เน้นสร้างศักยภาพด้านดิจิทัลที่แข็งแรงให้แก่ด้านทรัพยากรบุคคลและด้านการศึกษา
  • รับรู้เทรนด์และความท้าทายต่างๆ ที่บริษัทฯ ต้องเจอเมื่อก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกวันนี้ภูมิภาคเอเชียเราใช้  Industry 4.0 หรือ อุตสาหกรรมยุคใหม่ที่จะนำระบบการทำงานแบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีการแลกเปลี่ยนข้อมูล (Data Exchange) มาเป็นแรงขับเคลื่อน โดยประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชีย อาทิ จีน  สิงคโปร์ และประเทศไทย ได้เริ่มดำเนินการเตรียมความพร้อมประเทศของตนด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ผ่านทักษะหลักๆ สองเรื่อง คือ ความรู้ทางด้านไอที และ ความรู้ทางภาษาอังกฤษ ในระดับสากล ดังนั้นเพื่อความสามารถในการแข่งขันในยุคต่อไปที่เรียกได้ว่าจะเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ  ICDL Asia ได้จัดงานประจำปี ICDL Asia Digital Literacy Day 2018    สร้างความตระหนักในการเตรียมพร้อมกำลังคนรุ่นใหม่รองรับเทคโนโลยีดิจิทัล ให้เพียงพอและได้มาตรฐานตรงกันในแต่ละภูมิภาค ภายในงานยังได้จัดเสวนา “สร้างทรัพยากรมนุษย์อย่างไรให้แข็งแกร่งรองรับเศรษฐกิจยุคดิจิทัล” โดยได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย Mr. Damien O'Sullivan ซีอีโอ ICDL Foundation ให้การต้อนรับ เมื่อเร็วๆ นี้ ณ C ASEAN

การก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ประเทศต่างๆ ในเอเชีย รวมทั้งประเทศไทยกำลังเผชิญกับการขาดกำลังคนที่มีทักษะดิจิทัลที่ดีพอในการทำงานเพื่อรองรับยุคดิจิทัล จึงเกิดเป็นวิกฤติของช่องว่างยุคดิจิทัล (Digital Skills Gap Crisis) ดังนั้น ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคมหาวิทยาลัย ต้องช่วยกันในการร่วมสร้างกำลังคนที่เป็น Future Workforce  เพื่อให้เกิดกำลังพลที่พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ประธานในพิธี กล่าวว่า “ปัจจุบันทั่วโลกให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งมีส่วนสำคัญมากต่อภาคเศรษฐกิจ ประเทศไทยเล็งเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม และกำลังคนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม และเท่าทันต่อการใช้ดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มพูนและการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย ซึ่งจะเป็นการปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงของอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นในนโยบายการพัฒนาประเทศไทยเข้าสู่ยุคดิจิทัลในแผนระยะยาว ที่ประกาศไว้ว่ารัฐบาลไทยตั้งเป้าหมายพัฒนาศักยภาพทางดิจิทัลในทุกภาคส่วน อาทิ การศึกษา การท่องเที่ยว การเกษตร การเงิน และการลงทุน”

ทั้งนี้ การบรรลุเป้าหมายแผนงานด้านดิจิทัลของประเทศไทยมี 4 องค์ประกอบสำคัญ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างด้านต่างๆ ทั้ง อินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์, คลาวด์, นวัตกรรม แต่ที่สำคัญที่สุดคือ “ทรัพยากรมนุษย์” การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในภาพรวม ดังนั้นนักเรียนและผู้คนวัยทำงานจึงจำเป็นจะต้องมีทักษะไอที ที่อัปเดตและพร้อมที่จะนำมาใช้เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ๆ ในขณะเดียวกัน ยังมีความจำเป็นที่จะต้องทำให้ระบบการศึกษาแข็งแกร่งยิ่งขึ้นพร้อมกับการอบรมทักษะใหม่ๆ เพื่อให้ทรัพยากรมนุษย์มีความพร้อมต่อโลกในอนาคต

Mr. Damien O'Sullivan ซีอีโอ ICDL Foundation

Mr. Damien O'Sullivan ซีอีโอ ICDL Foundation กล่าวถึงเทรนด์ไอทีใหม่ๆ สำหรับการทำงานและการศึกษาทั่วโลกว่า ปัจจุบันบริษัทต่างๆ มองหาคนทำงานที่มีทักษะด้านความรู้ (hard skills) และทักษะด้านอารมณ์ (soft skills) เป็นเลิศ นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงความสามารถของนักเรียนในทวีปเอเชียในการแข่งขัน ICDL Asia Digital Challenge ที่หวังจะเฟ้นหานักเรียนที่มีทักษะด้านไอทีและดิจิทัลที่ดีที่สุดในเอเชีย ซึ่งมีนักเรียนกว่า 7,300 คนจาก 300 โรงเรียนใน 10 ประเทศทั่วเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นภูฏาน จีน อินเดีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์  สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ศรีลังกา ไทย และเวียดนาม เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งในปีนี้การแข่งขันถูกแบ่งเป็น 2 ระดับสำหรับนักศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีอายุระหว่าง 18 ถึง 25 ปีและนักเรียนมัธยมที่มีอายุระหว่าง 13-17 ปี

“ICDL Asia หวังว่าการแข่งขันระดับภูมิภาคนี้จะช่วยเสริมสร้างความตระหนักด้านการพัฒนาทักษะ และความสามารถในเชิงดิจิทัลให้แก่นักเรียนของเราเพื่อให้มีมาตรฐานสากล กิจกรรมดังกล่าวยังมีจุดประสงค์ที่จะเพิ่มความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์ต่อผู้ที่มีส่วนได้เสียต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับคนทำงานของเราในยุคต่อต่อไป ทั้งนี้ มาตรฐานของ ICDL สามารถชี้ให้เห็นถึงระดับทักษะและความสามารถด้านดิจิทัลรายบุคคลได้ พร้อมกับการให้คำแนะนำเกี่ยวกับทักษะที่บุคคลนั้นๆ ยังขาดหรือจำเป็นต้องมีเพิ่มเติม” Damien O'Sullivan ซีอีโอ ICDL Foundation กล่าว

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากธุรกิจต่างๆ จากหลากหลายประเทศได้ถูกรับเชิญให้มาเล่าถึงความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่ผู้นำเหล่านี้พบเจอระหว่างการเตรียมความพร้อมบริษัท และพนักงานเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในครั้งนี้ 

ทางด้านการแข่งขัน ICDL Asia Digital Challenge 2018 (การแข่งขันทักษะความรู้ดิจิทัล Digital Literacy ระดับเอเชีย) ในครั้งนี้เยาวชนผู้ชนะเลิศเป็นตัวแทนในแต่ละประเทศ  มาร่วมชิงชัยรวม 10 ประเทศในเอเชีย ได้แก่ ภูฏาน, จีน, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, ไทย, เกาหลีใต้, ศรีลังกา, เวียดนาม, สิงคโปร์, อินเดีย สำหรับผู้ชนะเลิศโดยในระดับมัธยมศึกษา คือ ด.ช.ปณชัย อมรกิจวณิชย์ นักเรียนชั้นม.3 จากโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ  ด้านผู้ชนะเลิศระดับอุดมศึกษา คือ น.ส.ซัลซาบิล่า อะมาเลีย รัสแตม ชาวอินโดนีเซีย จาก PSB Academy ประเทศสิงคโปร์ รวมถึงได้คะแนนสูงสุดจากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดอีกด้วย

ด.ช.ปณชัย อมรกิจวณิชย์ นักเรียนชั้นม.3 จากโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ

 น.ส.ซัลซาบิล่า อะมาเลีย รัสแตม ชาวอินโดนีเซีย จาก PSB Academy ประเทศสิงคโปร์

 

เกี่ยวกับ ICDL

ICDL Foundation & ICDL Asia เป็นองค์กรระดับนานาชาติที่ทำงานเกี่ยวกับการยกระดับมาตรฐานความสามารถทางด้านดิจิทัล พัฒนาทรัพยากรบุคคลให้ถึงพร้อม  ทั้งการศึกษา และสังคม โปรแกรมของ ICDL ส่งต่อไปยังเครือข่ายที่อยู่มากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ซึ่งสามารถช่วยให้บุคคลและองค์กรต่างๆ สามารถประเมิน สร้าง และรับรองความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์และเครื่องมือดิจิทัลตามมาตรฐานของ ICDL ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก

ในฐานะที่เป็นองค์กรกิจการทางสังคมที่ไม่แสวงหาผลกำไร ICDL Foundation ได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์ระดับประเทศและพาร์ทเนอร์ทั่วโลกในการพัฒนามาตรฐานของผู้จำหน่ายซึ่งกำหนดทักษะและความรู้ที่จำเป็นในการใช้เทคโนโลยี ดิจิตัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราทำงานร่วมกับภาคการศึกษา พาร์เนอร์ที่ได้รับการฝึกฝน  เจ้าหน้าที่ระดับภูมิภาคและท้องถิ่น รัฐบาล และองค์กรพัฒนาระหว่างประเทศ ตลอดจนนายจ้างจากภาครัฐและเอกชนทุกภาคส่วนในการส่งต่อโปรแกรมของเรา

คุณภาพและชื่อเสียงของ ICDL สร้างขึ้นจากประสบการณ์เกือบ20  ปี ในการนำเสนอโปรแกรมที่ได้รับการรับรองของเราแก่ผู้คนกว่า 15 ล้านคน ในกว่า 41 ภาษาทั่วโลกโดยมีการทดสอบ ICDL มากกว่า 2.5 ล้านครั้งเป็นประจำทุกปีความสำเร็จของเรายังคงอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยนวัตกรรมของเราที่ในการพัฒนาโปรแกรมที่ได้รับการรับรอง ความมุ่งมั่นของเราในการออกแบบการทดสอบที่เข้มงวดและยึดมั่นในมาตรฐานการประกันคุณภาพของเราอย่างต่อเนื่อง

ICDL Foundation สนับสนุนโครงการริเริ่มของ National Operators ของโครงการในยุโรปและกลุ่มประเทศอาหรับจากสำนักงานใหญ่ในกรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ และสำนักงานในยุโรปที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม นอกจากนี้เรายังได้จัดตั้งการดำเนินงานใน 3  ภูมิภาค ได้แก่ ICDL Africa (ประเทศรวันดา), ICDL Asia (ประเทศสิงคโปร์) และ ICDL Americas (ประเทศปานามา) การดำเนินงานทั้งหมดของ ICDL Foundation ทำงานอย่างใกล้ชิดกับพาร์ทเนอร์ระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และระดับท้องถิ่นในการพัฒนาเครือข่ายศูนย์ทดสอบ ICDL ที่ได้รับการรับรองทั่วโลก

ภูมิสยามฯ เปิดตัวประกันภัยเซเว่นพลัสฯ

นายรัฐโรจน์ ภูริหิรัญพิพัฒ (กลาง) กรรมการผู้จัดการบริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย พร้อมให้บริการตอกเสาเข็มด้วยนวัตกรรมสปันไมโครไพล์ พร้อมด้วยนายสุรวุฒิ จักขุทิพย์ (ที่ 2 จากขวา) ผู้จัดการส่วนลูกค้าองค์กร 1 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดตัวบริการประกันภัย 7+ Warranty เจ้าแรกและเจ้าเดียวในเมืองไทย ที่รับประกันนานสูงสุดถึง 7 ปี จากการให้บริการตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์ โดยคุ้มครองความเสียหายจากการรับน้ำหนักของเสาเข็มตามที่วิศวกรออกแบบและคำนวณไว้ ในกรณีที่ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ บริษัทฯ ยินดีซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด รวมถึงประกันระหว่างการตอกเสาเข็ม เพื่อคุ้มครองความเสียหายกับทรัพย์สินทั้งของลูกค้าและเพื่อนบ้านบริเวณใกล้เคียงสถานที่ก่อสร้าง ( เงื่อนไขเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด ) เพื่อสร้างความมั่นใจในมาตรฐานการให้บริการแก่ลูกค้า ณ บริษัท ภูมิสยามฯ ลำลูกกา ปทุมธานี

ทาทา สตีล ชูกลยุทธ์นวัตกรรมเหล็ก “3 เซฟ” ดันยอดขายโตต่อเนื่อง

มร.ราจีฟ มังกัล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (คนกลาง) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมเปิดเผยถึงนวัตกรรมเหล็ก “3 เซฟ” ด้วย 3 ผลิตภัณฑ์ เหล็กเส้นข้ออ้อยแรงดึงสูง SD50 ช่วยเซฟต้นทุนการก่อสร้าง เหล็กเส้นเหนียวพิเศษต้านแผ่นดินไหว ช่วยเซฟชีวิตผู้อยู่อาศัยให้ปลอดภัย และเหล็กเส้นตัดและดัดสำเร็จรูป (Cut & Bend) ช่วยเซฟเวลาการก่อสร้างให้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังเผยผลประกอบการระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ปีการเงิน 2562 โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนถึง 18%  ทั้งนี้ ทาทา สตีล ได้จัดงานแถลงข้อมูลดังกล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ ณ  บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) อาคารรสา ทาวเวอร์ 2 ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ  

Alpina ชวนผู้รักสุขภาพมาสัมผัสเทคโนโลยีสุดล้ำ
มอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก
M Card Platinum และผู้ถือบัตรเครดิต SCB M

บริษัท ศรีทองพาณิชย์ จำกัด เปิดตัวนาฬิกาสมาร์ทวอทช์  Alpina รุ่น Alpiner X  นาฬิกาข้อมือสายพันธุ์แกร่ง สัญชาติสวิสฯ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว และรักการออกกำลังกาย  สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ มาพร้อมฟังก์ชั่นการทำงานที่ถูกออกแบบมาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการวัดค่าแสงUV, การวัดค่าอุณหภูมิ, การวัดค่าความสูง, การวัดค่าความกดดัน และการแสดงค่าทิศเหนือ อีกทั้งนาฬิกายังแสดงค่าเวลาแบบ Real Time และยังสามารถแสดงเวลา วันที่ ตลอดจนวิเคราะห์กิจกรรมของผู้สวมใส่ อาทิ การเดิน, การนอน หรือแม้กระทั่งการออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังมีระบบเตือนโดยการเชื่อมต่อบลูธูทเข้ากับ แอพลิเคชั่นบนมือถือ มาพร้อมการดีไซน์ที่โดดเด่น ยิ่งตอกย้ำให้ Alpiner X เป็นนาฬิกาสปอร์ตสายพันธุ์แกร่งตัวจริง นาฬิกาสมาร์ทวอทช์รุ่นพิเศษ  “Alpina รุ่น Alpiner X” ราคา 34,500 บาท ( 4 สี ได้แก่ ส้ม, น้ำเงิน, ดำ และ น้ำเงินส้ม)

สำหรับสมาชิกบัตร M Card Platinum โดย บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด และผู้ถือบัตรเครดิต SCB M รับส่วนลดทันที 25% เมื่อซื้อนาฬิกา Alpina รุ่นใดก็ได้  ภายในห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม และ พารากอน ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ตั้งแต่วันนี้ – 15 ธันวาคม 2561 สอบถามเพิ่มเติมโทร M Card Call Center 02-789-5555 หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mcardmall.com

ไปรษณีย์ไทย ผนึกกำลัง ตลาดต่อยอด ตั้ง “ศูนย์บริการรับส่งสินค้าครบวงจร”
รุกดันผู้ประกอบการไทยกว่า 2 แสนราย พิชิตตลาดอาเซียน

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) จับมือ บริษัท ตลาดต่อยอด เออีซี จำกัด ตั้ง “ศูนย์บริการรับส่งสินค้าครบวงจร” จุดรับส่งและกระจายสินค้าในพื้นที่โครงการตลาดต่อยอด รวม 3 แห่ง ประกอบด้วย เคาน์เตอร์บริการไปรษณีย์ 1 แห่ง และจุดพักเพื่อรวบรวมและเตรียมขนส่งสิ่งของเข้าสู่เส้นทางไปรษณีย์ จำนวน 2 แห่ง เพื่อเป็นการส่งเสริมและผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยกว่า 2 แสนราย ได้พัฒนาการค้าและส่งออกระดับโลก เพื่อก้าวสู่การเป็นฮับธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจรของอาเซียน

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท)

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยว่า ไปรษณีย์ไทย มีนโยบายหลักในการพัฒนาบริการไปรษณีย์เพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล โดยยกระดับระบบปฏิบัติการให้มีความทันสมัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ ตลอดจนมุ่งเน้นพัฒนากระบวนการทำงานด้านต่างๆ ในการรองรับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เพื่อตอกย้ำศักยภาพในการเป็นผู้นำในธุรกิจไปรษณีย์และโลจิสติกส์ครบวงจรของอาเซียนโดยในช่วงที่ผ่านมา ไปรษณีย์ไทย ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศไทย ด้วยการผลักดันเศรษฐกิจฐานรากให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน พร้อมการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อพัฒนาบริการต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้บริการที่สะดวกและไม่ซับซ้อน

โครงการตลาดต่อยอด ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางด้านโลจิสติกส์ทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้น การลงนามครั้งนี้ ไปรษณีย์ไทย จึงมุ่งเน้นที่จะร่วมสนับสนุนและส่งเสริมให้โครงการตลาดต่อยอด เป็นศูนย์กลางด้านการส่งออกของภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง โดยไปรษณีย์ไทยจะเปิดจุดรับ-ส่งและกระจายสินค้าในพื้นที่ตลาดต่อยอดทั้งหมด 3 แห่ง คือ เคาน์เตอร์บริการไปรษณีย์ 1 แห่ง และจุดพักเพื่อรวบรวมและเตรียมขนส่งสิ่งของเข้าสู่เส้นทางไปรษณีย์ จำนวน 2 แห่ง นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทย ยังได้ร่วมพัฒนาระบบต่างๆ รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่และวิทยากรมาบรรยายให้ความรู้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ซื้อและผู้ขายภายในโครงการฯ ภายใต้มาตรฐานระดับสากล ซึ่งไปรษณีย์ไทยมีช่องทางและเครือข่ายครอบคลุมทั่วโลก นางสมร กล่าว

นายโสมพัฒน์ ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ดำเนินงานและบริหารโครงการตลาดต่อยอด

ด้าน นายโสมพัฒน์ ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ดำเนินงานและบริหารโครงการตลาดต่อยอด กล่าวว่า ตลาดต่อยอด ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีประชากรราว 640 ล้านคน ซึ่งประเทศไทยอยู่ในตำแหน่งที่เป็น Strategic Location มีศักยภาพเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งสามารถกระจายสินค้าได้ทั่วภูมิภาคอาเซียน นับเป็นโอกาสอันดีในการช่วยส่งเสริม ให้เกิดการลงทุนของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทยที่มีกว่า 200,000 รายในปัจจุบัน

โดยศูนย์ให้บริการของไปรษณีย์ไทย ภายในโครงการตลาดต่อยอด ที่มีมาตรฐานระดับสากลและเส้นทางรับส่งสินค้าครอบคลุมทั่วโลก จะสามารถช่วยอำนวยความสะดวกกับผู้ประกอบการภายในตลาดต่อยอด และกลุ่มนักธุรกิจต่างชาติให้เข้ามาแลกเปลี่ยนซื้อขายภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น รวมถึงความร่วมมือด้านการประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ และให้คำปรึกษาอันเป็นประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนจัดหาสิทธิประโยชน์ต่างๆ แก่ผู้ประกอบการไทย มุ่งเน้นสร้างการเติบโตทางธุรกิจ ขยายการลงทุน เพิ่มศักยภาพด้านการส่งออกและกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศในวงกว้างและสามารถแข่งขันในระดับประชาคมโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายโสมพัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และ บริษัท ตลาดต่อยอด เออีซี จำกัด ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ในการเปิดศูนย์บริการรับส่งสินค้าภายใน “โครงการตลาดต่อยอด เออีซี เทรด เซนเตอร์” (Tarad Tor Yod AEC Trade Center) ศูนย์ค้าส่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งภูมิภาคอาเซียน เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องสาทร ชั้น M อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ สาทร กรุงเทพฯ

WICE บุก TILOG-LOGISTIX 2018 โชว์ศักยภาพการบริหารจัดการโลจิสติกส์ขยายฐานลูกค้าสู่ CLMV

นางสาวฐิติมา ตันติกุลสุนทร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายสนับสนุนองค์กร และทีมงาน บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) (WICE) ร่วมออกบูธและโชว์ศักยภาพในงาน TILOG-LOGISTIX 2018 เวทีสร้างเครือข่าย และเจรจาธุรกิจสำหรับวงการโลจิสติกส์จาก 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมทั้งมีการเชื่อมโยงเครือข่ายกลุ่มประเทศอาเซียนบวก 6 ภายใต้แนวคิด ASEAN Logistics Solutions-CLMVT Sourcing Partners” เพื่อเพิ่มโอกาสการขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มประเทศ CLMV โดยมีผู้สนใจเข้าชมบูธและสอบถามข้อมูลเป็นจำนวนมาก ณ ศูนย์นิทรรศการและประชุมไบเทค บางนา เมื่อเร็วๆนี้